การปลูกสร้างในที่ดินโบราณสถานที่ได้รับอนุญาตจากกรมศิลปากรแล้ว ต่อมารัฐมนตรีประกาศให้เป็นที่หวงห้าม ไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108, 1
ผู้ได้รับอนุญาตจากกรมศิลปากรให้ใช้ประโยชน์ในโบราณสถานย่อมมีสิทธิครอบครองที่ดินนั้น แม้ภายหลังรัฐมนตรีประกาศให้เป็นที่หวงห้าม ก็ไม่เป็นการห้ามมิให้ผู้มีสิทธิครอบครองเข้าไปปลูกสร้าง
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกฟ้องโจทก์
จำเลยเป็นเจ้าสำนักหุบผาสวรรค์ ซึ่งกรมศิลปากรอนุญาตให้ใช้ที่ดินบริเวณรอบเขาถ้ำพระเพื่อปลูกกุฎิ ต่อมารัฐมนตรีประกาศให้ที่เขาหรือภูเขาและปริมณฑล 40 เมตรเป็นที่หวงห้าม แต่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจำเลยยังคงมีสิทธิครอบครองตามการอนุญาตเดิม การปลูกสร้างจึงไม่เป็นความผิด
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2672/2534พนักงานอัยการ ประจำศาล แขวง ราชบุรีโจทก์นาย สุชาติ โกศลกิติ วงศ์จำเลย ป.ที่ดิน ม. 9, ม. 108, ม. 108 ทวิ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96 ข้อ 11กรมศิลปากรอนุญาตให้สำนักหุบผาสวรรค์ใช้ประโยชน์เนื้อที่ภูเขาและรัศมีเขาถ้ำพระอันเป็นโบราณสถานได้ จำเลยในฐานะเจ้าสำนักหุบผาสวรรค์ย่อมได้รับประโยชน์จากการอนุญาตนั้นด้วยจำเลยจึงเป็นผู้หนึ่งที่มีสิทธิครอบครองที่ดินดังกล่าว แม้ต่อมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้ที่เขาหรือภูเขาและปริมณฑลรอบที่เขาหรือภูเขา 40 เมตรทุกแห่งทุกจังหวัดเป็นที่หวงห้ามซึ่งกินความถึงบริเวณที่กรมศิลปากรอนุญาตเช่นว่านั้นด้วย ก็หามีผลเป็นการห้ามมิให้จำเลยเข้าไปปลูกสร้างในที่ดินบริเวณนั้นไม่การปลูกสร้างของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9,108,108 ทวิโจทก์ฟ้องว่า จำเลยเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินบริเวณรอบเขาถ้ำพระในปริมณฑล 40 เมตร ตำบลดอนทราย อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรีซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันและเป็นที่ดินของรัฐ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497มาตรา 9, 108, 108 ทวิ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96 ลงวันที่29 กุมภาพันธ์ 2515 ข้อ 11 ให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินซึ่งเข้าไปยึดถือครอบครองและริบของกลางจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ. 2497 มาตรา 9, 108 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี ให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินที่เกิดเหตุ ริบของกลางจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามหนังสือกรมศิลปากรเอกสารหมาย ล.4