ผู้ร้องมีอำนาจร้องขอคืนของกลางหรือไม่
การขอคืนของกลางที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของจำเลยผู้กระทำผิด และเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ผู้ร้องไม่มีอำนาจร้องขอคืนของกลาง
ผู้ร้องไม่มีอำนาจร้องขอคืนของกลาง พิพากษายืน
จำเลยทำสัญญาซื้อรถยนต์ของกลางจากผู้ร้องแบบมีเงื่อนไขกรรมสิทธิ์ จำเลยชำระค่างวดเป็นเช็คล่วงหน้า แต่เช็ค 7 งวดสุดท้ายถูกปฏิเสธการจ่ายเงิน ผู้ร้องไม่ดำเนินคดีอาญาและไม่บอกเลิกสัญญา ยังให้จำเลยครอบครองรถต่อไปอีก 2 ปี จนจำเลยนำรถไปกระทำความผิดและถูกริบ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3235/2534พนักงานอัยการ จังหวัด ปทุมธานีโจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัด สระบุรี อี ซูซุผู้ร้องนาย ไพสาน ฤทธิกรณ์จำเลย ป.พ.พ. ม. 5 ป.อ. ม. 33, ม. 36 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 จำเลยทำสัญญาซื้อรถยนต์ของกลางจากผู้ร้องโดยมีเงื่อนไขว่าให้กรรมสิทธิ์ตกเป็นของผู้ซื้อเมื่อชำระราคาหมดแล้ว จำเลยชำระค่างวดเป็นเช็คล่วงหน้าทุกงวด แต่เช็ค 7 งวดสุดท้ายถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ผู้ร้องก็ไม่เคยดำเนินคดีอาญากับจำเลยฐานจ่ายเช็คไม่มีเงิน และไม่บอกเลิกสัญญา คงให้จำเลยครอบครองและใช้รถยนต์ของกลางเรื่อยมา แสดงว่าผู้ร้องไม่ต้องการเอารถยนต์ของกลางคืนแต่ประสงค์เพียงให้ได้รับชำระราคาส่วนที่ขาดเท่านั้น หากศาลสั่งคืนผู้ร้องก็ต้องมอบต่อให้จำเลยตามสัญญาซื้อขาย การขอคืนรถยนต์ของกลางของผู้ร้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของจำเลยเป็นการขอคืนแทนจำเลยผู้กระทำผิด และเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ผู้ร้องจึงไม่มีอำนาจร้องขอคืนของกลาง.คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 และสั่งริบรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน80 - 7581 สระบุรี ของกลางผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของรถยนต์ของกลางและมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการที่จำเลยกระทำผิด ขอให้สั่งคืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้ร้องโจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า รถยนต์ของกลางเป็นของจำเลยหากเป็นของผู้ร้อง ผู้ร้องก็รู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดด้วย ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้ทำสัญญาซื้อขายรถยนต์ของกลางจากผู้ร้องแบบมีเงื่อนไขว่ากรรมสิทธิ์ตกเป็นของผู้ซื้อเมื่อชำระราคาหมดแล้วโดยตกลงราคา 800,000 บาท ชำระในวันทำสัญญ