ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3561/2534

ประเด็นกฎหมาย

เอกสารที่ใช้คำว่า "ขอร้อง" ถือเป็นคำสั่งของนายจ้างหรือไม่ และการที่โจทก์ไม่ปฏิบัติตามเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

หลักกฎหมาย

แม้เอกสารจะใช้คำว่า "ขอร้อง" แต่โดยสภาพและเนื้อความของเอกสารทั้งฉบับ วิญญูชนย่อมทราบดีว่าผู้บังคับบัญชาต้องการสั่งให้โจทก์ตอกบัตรบันทึกเวลาทำงานตามข้อบังคับของจำเลย การใช้คำว่า "ขอร้อง" เป็นเพียงการใช้ถ้อยคำสุภาพ ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการสั่งให้ทำ ดังนั้นเอกสารดังกล่าวจึงเป็นคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายขอ

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลางที่ยกฟ้องโจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย จำเลยมีเอกสารหมาย ล.2 ซึ่งมีข้อความว่า "ขอร้อง" ให้โจทก์ตอกบัตรบันทึกเวลาทำงาน เอกสารดังกล่าวลงชื่อโดยนางแครอล แมคคอย รองประธานฝ่ายปฏิบัติการและกรรมการของบริษัทจำเลย ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาและถือเป็นนายจ้างของโจทก์ โจทก์ไม่ปฏิบัติตามเอกสารดังกล่าว และจำเลยมีหนังสือเตือนโจทก์

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3561/2534นาง อัจฉรา โรหิตารชุน หรือ ปั้น น้อยโจทก์บริษัท ออยล์เท็กซ์ ( ประเทศ ไทย ) จำกัดจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3)ที่หัวกระดาษเอกสารที่มีถึงโจทก์ มีเครื่องหมายและชื่อบริษัทจำเลยพร้อมที่อยู่และวันเดือนปีที่ทำขึ้น ต่อจากนั้นมีข้อความว่า"ถึงคุณอัจฉรา ปั้นน้อย พนักงานบัญชี เรื่องให้ตอกบัตรบันทึกเวลาทำงาน หนังสือฉบับนี้เป็นการขอร้องให้คุณบันทึก เวลาทำงานของคุณที่บริษัทออยล์เท็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด โดยใช้เครื่องบันทึกเวลาลงในบัตรทั้งเวลาเริ่มทำงานและเวลาเลิกงาน ขอให้รับบัตรตอกเวลาดังกล่าวได้ที่หัวหน้าของคุณ ลงชื่อ น.รองประธานฝ่ายปฏิบัติการ" แม้เอกสารดังกล่าวใช้คำว่าขอร้อง แต่โดยสภาพและเนื้อความของเอกสารทั้งฉบับ วิญญูชนที่พบเห็นย่อมทราบดีว่า น.รองประธานฝ่ายปฏิบัติการและกรรมการของบริษัทจำเลยซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชา และถือได้ว่าเป็นนายจ้างของโจทก์ ต้องการที่จะสั่งให้โจทก์ตอกบัตรบันทึกเวลาทำงานตามข้อบังคับของจำเลยเพียงแต่น. ใช้ถ้อยคำสุภาพเป็นภาษาอังกฤษซึ่งแปลเป็นไทยว่า ขอร้องอันเป็นรูปแบบหนึ่งของการสั่งให้ทำนั่นเอง ดังนั้น เอกสารดังกล่าวจึงเป็นคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของนายจ้างแล้ว เมื่อโจทก์ไม่ปฏิบัติตาม ย่อมเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของนายจ้าง.โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิด และเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ขอให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเงินโบนัสและค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมจำเลยให้การต่อสู้คดีศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยมีคำสั่งเป็นหนังสือให้โจทก์บันทึกเวลาลงในบัตรทั้งเวลาเข้าทำงานและเวลาเลิกงานปรากฎตามเอกสารหมาย ล.2 โจทก์จงใจข