ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3569/2534

ประเด็นกฎหมาย

การเรียกเก็บภาษีเงินได้ทั้งหมดในคราวเดียวกันตามมาตรา 60 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร โดยอ้างว่าเป็นกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษี ชอบหรือไม่

หลักกฎหมาย

การเรียกเก็บภาษีก่อนกำหนดตามมาตรา 60 ทวิ ต้องเป็นกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีเท่านั้น หากผู้เสียภาษีมีหลักทรัพย์และเสนอหลักประกันเพียงพอ ย่อมไม่เข้าข่ายกรณีจำเป็นดังกล่าว

คำวินิจฉัย

การที่เจ้าพนักงานประเมินและคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ให้โจทก์เสียภาษีในคราวเดียวกันไม่ชอบด้วยมาตรา 60 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร พิพากษากลับให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ยกเลิกการประเมิน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ได้รับค่าตอบแทนการจดทะเบียนสิทธิการเช่าตึกแถวระยะยาว 20 ปี ได้รับอนุญาตให้เฉลี่ยเงินได้เป็นรายปีตามประกาศกระทรวงการคลัง ต่อมาเจ้าพนักงานประเมินเรียกเก็บภาษีทั้งหมดในคราวเดียวกัน โดยอ้างว่าโจทก์ยื่นรายการไม่ถูกต้องและไม่มีหลักประกัน แต่โจทก์มีหลักทรัพย์และเสนอหลักประกันสูงกว่าภาษี

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3569/2534นาย ทรง ยศ แววหงษ์ กับพวกโจทก์กรมสรรพากร กับพวกจำเลย ป.รัษฎากร ม. 56, ม. 60 ทวิ ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องผู้มีเงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สินไม่ยื่นรายการเงินได้ฯ โจทก์ได้รับค่าตอบแทนในการจดทะเบียนสิทธิการเช่าตึกแถวโดยมีระยะเวลาการเช่าตั้งแต่ พ.ศ. 2524 ถึง พ.ศ. 2545 จำเลยที่ 1ยอมให้โจทก์เฉลี่ยเงินได้เป็นรายปีจนกว่าจะสิ้นระยะเวลาการเช่าตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ผู้มีเงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สินไม่ยื่นรายการเงินได้ให้ครบถ้วน ลงวันที่ 6 สิงหาคม 2499โจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะเอาเงินได้ส่วนที่เฉลี่ยนั้นยื่นรายการเงินได้เมื่อถึงกำหนดแต่ละปี จำเลยจะให้โจทก์เสียภาษีเงินได้ทั้งหมดในคราวเดียวกันตามมาตรา 60 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร โดยอ้างเหตุว่า โจทก์ยื่นรายการเงินได้ปีก่อน ๆ ไม่ถูกต้อง เป็นการหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงภาษีอากร เงินได้จากการจดทะเบียนสิทธิการเช่ามีรอบระยะเวลาที่ต้องเสียภาษีนาน ไม่มีหลักประกันว่าจะเสียภาษีภายในกำหนดเวลาและครบถ้วนนั้น เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์มีหลักทรัพย์และไม่ยากที่จะเรียกเก็บภาษี ทั้งได้เสนอหลักทรัพย์ที่จะประกันการเสียภาษีดังกล่าวสูงกว่าจำนวนภาษีที่จะต้องเสียมาก ย่อมเห็นได้ว่าสามารถเรียกเก็บภาษีจากโจทก์ได้แน่นอน ส่วนการหลีกเลี่ยงภาษีอากรโดยยื่นรายการภาษีในปีก่อน ๆ ไม่ถูกต้องนั้น โจทก์จะต้องรับผิดในเรื่องเงินเพิ่มหรือเบี้ยปรับอยู่แล้ว เหตุต่าง ๆดังที่จำเลยอ้างจึงมิใช่กรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีตามมาตรา 60 ทวิแห่งประมวลรัษฎากร.โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ 1 เป็นสามีโดยชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ที่ 2 โจทก์ที่ 2 เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 1723 แขวงถนนเพชรบุรีเขตพญาไท กรุงเทพมหานคร