ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3569/2534

ประเด็นกฎหมาย

การประเมินเรียกเก็บภาษีเงินได้จากเงินกินเปล่าหรือค่าตอบแทนในการจดทะเบียนสิทธิการเช่าล่วงหน้าก่อนถึงกำหนดเวลายื่นรายการแต่ละปี ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

หลักกฎหมาย

การเก็บภาษีก่อนกำหนดตามมาตรา 60 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ต้องเป็นกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีเท่านั้น หากผู้เสียภาษีมีหลักทรัพย์และเสนอหลักประกันเพียงพอ ย่อมไม่ใช่กรณีจำเป็นดังกล่าว

คำวินิจฉัย

การที่เจ้าพนักงานประเมินและคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จะให้โจทก์ทั้งสองเสียภาษีในคราวเดียวกันย่อมไม่ชอบด้วยมาตรา 60 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ได้รับเงินกินเปล่าหรือค่าตอบแทนในการจดทะเบียนสิทธิการเช่าตึกแถว 32 คูหา โดยมีระยะเวลาการเช่าจนถึงปี 2545 เจ้าพนักงานประเมินประเมินเรียกเก็บภาษีเงินได้สำหรับปี 2527-2545 ในคราวเดียว โดยอ้างว่าเป็นกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษี แต่โจทก์เสนอหลักทรัพย์ประกันสูงกว่าจำนวนภาษีที่จะต้องเสีย

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3569/2534นาย ทรง ยศ แววหงษ์ กับพวกโจทก์กรมสรรพากร กับพวกจำเลย ป.รัษฎากร ม. 60 ทวิ ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องผู้มีเงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สินไม่ยื่นรายการเงินได้ฯ โจทก์ได้รับเงินกินเปล่าหรือค่าตอบแทนในการจดทะเบียนสิทธิการเช่าตึกแถว 32 คูหา โดยมีระยะเวลาการเช่าจนถึงปี 2545 ในการเรียกเก็บภาษีนั้นกระทรวงการคลังได้วางหลักการไว้ว่า การเสียภาษีในกรณีเกี่ยวกับเรื่องเงินกินเปล่า เงินแป๊ะเจี๊ยะ เงินค่าปลูกสร้างเงินค่าซ่อมแซม และค่าแห่งอาคารและโรงเรือนที่ได้รับกรรมสิทธิ์นั้น กระทรวงการคลังยอมให้ผู้ให้เช่าเฉลี่ยเงินดังกล่าวตามส่วนแห่งจำนวนปีของอายุการเช่า ดังนี้ โจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะเอาเงินได้ส่วนที่เฉลี่ยนั้นยื่นรายการเงินได้เมื่อถึงกำหนดแต่ละปี การที่จะเก็บภาษีเงินได้จากโจทก์ก่อนถึงกำหนดตาม ป.รัษฎากรมาตรา 60 ทวิ นั้น ต้องเป็นกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีเท่านั้น เจ้าพนักงานประเมินจึงมีอำนาจเรียกเก็บภาษีก่อนกำหนดยื่นรายการได้ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า โจทก์มีหลักทรัพย์และไม่ยากที่จะเรียกเก็บภาษี ทั้งได้เสนอหลักทรัพย์ที่จะประกันการเสียภาษีสูงกว่าจำนวนภาษีที่จะต้องเสีย และโจทก์ยังได้รับประโยชน์ตามประกาศกระทรวงการคลังอีกด้วย ดังนั้น จึงมิใช่กรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษี การที่เจ้าพนักงานประเมินและคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จะให้โจทก์เสียภาษีในคราวเดียวกันย่อมไม่ชอบด้วยมาตรา 60 ทวิ ดังกล่าว.โจทก์ฟ้องขอให้ยกเลิกการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินตามแบบ ภงด. 11 ที่ ต.6/1130/1/17435-17453 ลงวันที่ 27 มีนาคม2527 รวม 19 ฉบับ เป็นเงินทั้งสิ้น 660,501.77 บาท และยกเลิกคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ฉบับลงวัน