ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3585/2534

ประเด็นกฎหมาย

การประกอบกิจการซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าเป็นปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ ทำให้ต้องเสียภาษีการค้าตามบัญชีอัตราภาษีการค้าประเภทการค้า 12 ธนาคาร ชนิด 2

หลักกฎหมาย

การที่โจทก์ทำการซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้ากับธนาคารหลายครั้งหลายช่วงเวลา ประกอบกับได้จดทะเบียนการค้าประเภทการค้า 12 ธนาคาร ชนิด 1 ถือได้ว่าโจทก์ประกอบกิจการเป็นปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ในการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า โจทก์จึงมีหน้าที่เสียภาษีการค้าจากกำไรอันเกิดจากการประกอบการค้า

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลภาษีอากรกลางที่พิพากษายกฟ้องโจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นบริษัทจำกัด จดทะเบียนการค้าประเภทการค้า 12 ธนาคาร ชนิด 1 กู้เงินจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาฮ่องกง 28 ล้านฟรังก์สวิส และทำสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้ากับธนาคารกรุงเทพ จำกัด สำนักงานใหญ่หลายครั้งหลายช่วงเวลา โดยไม่มีการส่งมอบเงินตราต่างประเทศหรือส่งเงินตราไปนอกราชอาณาจักร มีรายรับเป็

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3585/2534บริษัท จตุรัตน์ จำกัดโจทก์กรมสรรพากร กับพวกจำเลย ป.รัษฎากร ม. 78, บัญชีอัตราภาษีการค้าประเภทการค้า 12การที่โจทก์ซึ่งเป็นบริษัททำการซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้ากับธนาคารหลายครั้งหลายช่วงเวลา มีรายรับอันเป็นกำไรจากการซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าดังกล่าว ประกอบกับโจทก์ได้จดทะเบียนการค้าประเภทการค้า 12 ธนาคาร ชนิด 1 ไว้ด้วย เช่นนี้ถือได้ว่าโจทก์ประกอบกิจการเป็นปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ในการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า โจทก์จึงมีหน้าที่เสียภาษีการค้าจากกำไรอันเกิดจากการประกอบกิจการค้า ตามบัญชีอัตราภาษีการค้าประเภทการค้า 12 ธนาคาร ชนิด 2 แถลงการณ์ธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่องการซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกาล่วงหน้าด้วยเงินสกุลอื่น เป็นเรื่องเกี่ยวกับการควบคุมเงินตราต่างประเทศที่ให้ผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีภาระผูกพันที่จะต้องจ่ายเงินตราต่างประเทศเป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐอเมริกาสามารถซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกาล่วงหน้า และชำระด้วยเงินสกุลอื่นนอกเหนือจากเงินบาทได้เท่านั้น หามีผลทำให้หน้าที่ในการเสียภาษีการค้าดังที่บัญญัติไว้ในประมวลรัษฎากรเปลี่ยนแปลงไปไม่โจทก์ฟ้องว่า เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2ที่ 3 และที่ 4 ซึ่งเป็นคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ได้ประเมินและมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ให้โจทก์เสียภาษีการค้าประเภทการค้า 12 ธนาคารชนิด 2 ซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะโจทก์มิได้ประกอบกิจการธนาคารพาณิชย์หรือกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ ขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมิน และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ดังกล่าวจำเลยทั้งสี่ให้การว่าการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ 1