การที่โจทก์ไม่ส่งสมุดบัญชีและเอกสารตามหมายเรียกของเจ้าพนักงานประเมิน โดยอ้างว่าสูญหายเนื่องจากความประมาทเลินเล่อของกรรมการผู้จัดการ ซึ่งมิใช่เหตุสุดวิ
ความประมาทเลินเล่อของตนเองที่ทำให้สมุดบัญชีและเอกสารสูญหาย ซึ่งมิใช่เหตุสุดวิสัย ไม่เป็นข้อยกเว้นให้ไม่ต้องปฏิบัติตามหมายเรียกของเจ้าพนักงานประเมิน เมื่อโจทก์ไม่นำส่งเอกสารตามหมายเรียก เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ 2 ของยอดรายรับก่อนหักรายจ่ายใด ๆ หรือยอดขายก่อนหั
การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบแล้ว พิพากษายืน
สมุดบัญชีและเอกสารของโจทก์สูญหาย โจทก์แจ้งความที่สถานีตำรวจแต่ไม่ได้แจ้งต่อสำนักงานกลางบัญชีหรือสำนักงานบัญชีตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 285 ข้อ 15 เอกสารที่เจ้าพนักงานประเมินเรียกเป็นเอกสารสำคัญที่จำเป็นต้องตรวจสอบเพื่อประเมินภาษี การสูญหายเกิดจากความประมาทเลินเล่อของกรรมการผู้จัดการของโจทก์เอง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3595/2534บริษัท วัน รัต (หน่ำเซียน ) จำกัดโจทก์กรมสรรพากร กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 8 ป.รัษฎากร ม. 19, ม. 71 (1) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 285 ข้อ 15หลังจากที่สมุดบัญชีและเอกสารต่าง ๆ ของโจทก์สูญหายไปแล้วโจทก์เพียงแต่แจ้งความที่สถานีตำรวจเท่านั้น หาได้แจ้งต่อสำนักงานกลางบัญชีหรือสำนักงานบัญชีให้ชอบด้วยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 285 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2515 ข้อ 15 ไม่ ประกอบกับสมุดบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีที่เจ้าพนักงานประเมินออกหมายเรียกให้โจทก์นำส่งล้วนแต่เป็นเอกสารสำคัญที่สมควรแก่เรื่องที่เจ้าพนักงานประเมินมีความจำเป็นต้องการตรวจสอบเพื่อประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลของโจทก์ทั้งสิ้น โจทก์จะอ้างเอาความประมาทเลินเล่อของกรรมการผู้จัดการของโจทก์เองที่ทำให้สมุดบัญชีและเอกสารดังกล่าวสูญหายไป ซึ่งมิใช่เหตุสุดวิสัยมาเป็นข้อยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามหมายเรียกของเจ้าพนักงานประเมินหาได้ไม่ ดังนั้น เมื่อโจทก์ไม่นำสมุดบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีตามหมายเรียกมาให้เจ้าพนักงานประเมินทำการตรวจสอบตามประมวลรัษฎากร มาตรา 19 เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลของโจทก์ปี 2518 ในอัตราร้อยละ 2 ของยอดรายรับก่อนหักรายจ่ายใด ๆ หรือยอดขายก่อนหักรายจ่ายใด ๆ ของรอบระยะเวลาบัญชีปีดังกล่าวแล้วแต่อย่างใดจะมากกว่าได้ตามมาตรา 71(1)แห่งประมวลรัษฎากรที่ใช้บังคับในขณะนั้น.โจทก์ฟ้องว่า เมื่อปี 2520 เจ้าพนักงานกองทะเบียนคนต่างด้าวและภาษีอากรกรมตำรวจ ได้นำสมุดบัญชีพร้อมเอกสารต่าง ๆ ซึ่งเป็นหลักฐานในการลงบัญชีประจำปี 2518 และ 2519 ของโจทก์ไปตรวจสอบผลการตรวจสอบ พบว่าในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2518 โจทก์ลงบัญชีไม่ครบถ้วน ยอดรายได้ที่ต้องนำมาคำนวณกำ