ปัญหาว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เนื่องจากมีการอ้างว่าผู้รับมอบอำนาจของโจทก์ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับเจ้าพนักงานของจำเลย และปัญหาว่าโจทก์ขายที่ดิ
การนำสืบหักล้างเอกสารว่าผู้ลงชื่อมิได้มีเจตนาทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 17
โจทก์ขายที่ดินเพื่อทางค้าหรือหากำไร ต้องเสียภาษีการค้าตามการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
โจทก์ซื้อที่ดินมาและขายไป 3 ครั้ง รวม 9 โฉนด ในระยะเวลาอันสั้น ไม่ได้ใช้ที่ดินเพื่อประโยชน์ในกิจการของโจทก์ ไม่มีเอกสารแสดงโครงการใช้ที่ดิน ที่ดินบางแปลงให้ผู้อื่นเช่า และหลังจากขายแล้วพยายามหาซื้อที่ดินแปลงอื่นอีก
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3793/2534บริษัท กรุงเทพ ชล กิจ จำกัดโจทก์กรมสรรพากร กับพวกจำเลย พ.ร.ฎ.จัดตั้งองค์การเชื้อเพลิง พ.ศ.2503 ม. 94 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 ม. 17 ป.รัษฎากร ม. 78 บัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายประมวลรัษฎากร ประเภทการค้า 11 ข้อนำสืบของโจทก์ที่อ้างว่า พ. ผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์มิได้มีเจตนาที่จะยินยอมเสียภาษีการค้า หรือมีเจตนาลงชื่อทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับเจ้าพนักงานของจำเลยในเอกสารที่จำเลยอ้าง เอกสารดังกล่าวจึงใช้ไม่ได้ นั้น เป็นการนำสืบหักล้างเอกสาร มิใช่นำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสาร จึงไม่ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 วรรคสองประกอบด้วย พระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 17 โจทก์ซื้อที่ดินมาและขายไป 3 ครั้งรวม 9 โฉนด โดยซื้อมาและขายไปภายในระยะเวลาอันสั้น ก่อนขายก็ไม่ปรากฏว่าได้ใช้ที่ดินแปลงใดเพื่อประโยชน์ในกิจการของโจทก์แต่อย่างใด ส่วนที่อ้างว่ามีโครงการจะใช้ที่ดิน โจทก์ก็ไม่มีเอกสารที่แสดงถึงโครงการเหล่านั้นมานำสืบสนับสนุน ยิ่งกว่านั้นที่ดินบางแปลงโจทก์ก็ได้ทำสัญญาให้ผู้อื่นเช่าอีกด้วยซึ่งแสดงว่าโจทก์มิได้มีเจตนาซื้อที่ดินมาเพื่อใช้ในกิจการของโจทก์ อีกทั้งหลังจากขายที่ดินที่ซื้อมาไปแล้วโจทก์ก็พยายามหาซื้อที่ดินแปลงอื่นอีก พฤติการณ์มีเหตุให้เชื่อได้ว่าโจทก์ซื้อขายที่ดินเป็นทางค้าหรือหากำไร เข้าลักษณะเป็นผู้ประกอบการค้าอสังหาริมทรัพย์ตามบัญชีอัตราภาษีการค้า ประเภทการค้า 11ท้ายหมวด 4 แห่งประมวลรัษฎากรโจทก์ฟ้องว่า เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ 1 ได้แจ้งการประเมินให้โจทก์ชำระภาษีการค้า รวม 3 รายการเป็นเงิน1,259,373.50 บาท โดยอ้างว