ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3847/2534

ประเด็นกฎหมาย

การจำแนกประเภทน้ำมันปาล์มอาร์.บี.ดี. ตามพิกัดอัตราศุลกากรและสิทธิลดภาษีการค้า

หลักกฎหมาย

การจำแนกประเภทน้ำมันปาล์มตามพิกัดอัตราศุลกากรต้องพิจารณาจากการบริโภคที่แท้จริงและผลต่อสุขภาพของประชาชน ส่วนการลดภาษีการค้าต้องพิจารณาว่าสินค้าเป็นน้ำมันปรุงอาหารตามบัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาหรือไม่ และสินค้าต้องผลิตในประเทศและส่งออกโดยผู้ผลิตจึงจะได้รับสิทธิลดภาษี

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 คืนเงินอากรขาเข้าให้โจทก์จำนวน 453,080.28 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้ยกฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

น้ำมันปาล์มอาร์.บี.ดี. ที่โจทก์นำเข้า ประชาชนไม่นิยมบริโภคเพราะทำให้เกิดโรคหัวใจ แต่โดยสภาพยังเป็นน้ำมันปรุงอาหารที่ใช้ปรุงบะหมี่สำเร็จรูปได้ โจทก์นำเข้าเพื่อแยกส่วนข้นออกเพื่อให้เป็นที่นิยมของผู้บริโภค

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3847/2534บริษัท ไทย เม็กซ์อินดัสตรี้ส์ จำกัดโจทก์กรมศุลกากร กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 132 (1), ม. 174 (2) พ.ร.ก.พิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.2503 พิกัดอัตราประเภทที่ 15.07 ค พ.ร.ฏ.ออกตามความใน ป.รัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นภาษีการค้า (ฉบับที่ 54) พ.ศ.2517 ม. 7แม้ว่าทนายจำเลยจะไม่ได้แถลงเพื่อขอให้ศาลดำเนินการอย่างไรในการส่งสำเนาฎีกาให้โจทก์ตามคำสั่งศาลชั้นต้นก็ตาม แต่เมื่อปรากฏว่าทนายจำเลยได้วางเงินค่านำหมาย มีการดำเนินการและจัดส่งสำเนาฎีกาให้แก่โจทก์เรียบร้อยแล้ว กรณีจึงไม่มีเหตุอันสมควรที่จะจำหน่ายฎีกาของจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 174(2) ประกอบด้วยมาตรา 132(1) น้ำมันปาล์มอาร์.บี.ดี. ที่โจทก์นำเข้า ประชาชนไม่นิยมบริโภคเพราะจะทำให้ไขมันในเส้นเลือดสูง ทำให้เส้นเลือดอุดตัน เป็นโรคหัวใจได้ง่าย โดยจะทำให้เกิดโรคหัวใจขาดเลือดหล่อเลี้ยงและทำให้หัวใจวายถึงแก่ความตายได้ จึงเป็นน้ำมันปาล์มชนิดที่ไม่พึงบริโภค ซึ่งตามพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2503จัดอยู่ในพิกัดอัตราประเภทที่ 15.07 ค. ในอัตราน้ำมันปาล์มชนิดที่ไม่พึงบริโภค โจทก์จึงต้องเสียอากรขาเข้าในอัตราลิตรละ 1.32 บาทมิใช่ลิตรละ 2 บาท ซึ่งเป็นน้ำมันปาล์มชนิดที่พึงบริโภค แม้ว่าน้ำมันปาล์มอาร์.บี.ดี.ที่โจทก์นำเข้าจะเป็นน้ำมันปาล์มชนิดที่ไม่พึงบริโภค แต่โดยสภาพยังเป็นน้ำมันปรุงอาหารอยู่การที่โจทก์ต้องนำไปทำการผลิตโดยกรรมวิธีใหม่เพื่อแยกส่วนข้นออกจากส่วนใส ก็เป็นเพียงเพื่อให้เป็นที่นิยมของผู้บริโภคจะได้จำหน่ายได้มากขึ้น อันเป็นนโยบายทางด้านการค้าของโจทก์ไม่ทำให้น้ำมันปาล์มอาร์.บี.ดี.เปลี่ยนสภาพไปเป็นน้ำมันที่ไม่ใช้ปรุงอาหารแต่อย่างใด เมื่อน้ำมันปาล์มอาร์.บ