ฟ้องคดีเบิกความเท็จที่บรรยายว่าคำเบิกความเป็นข้อสำคัญในคดีโดยไม่ระบุรายละเอียดเพิ่มเติม แต่ข้อเท็จจริงที่บรรยายแสดงให้เห็นว่าคำเบิกความนั้นเป็นข้อสำคั
การบรรยายฟ้องว่าจำเลยเบิกความเท็จว่าโจทก์ลงลายมือชื่อหรือยอมรับว่าลงลายมือชื่อในเช็ค ย่อมแสดงอยู่ในตัวว่าคำเบิกความดังกล่าวเป็นข้อสำคัญในคดี เพราะหากโจทก์ลงลายมือชื่อจริงก็จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ ฟ้องจึงมีรายละเอียดเพียงพอให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เฉพาะความผิดเกี่ยวกับข้อหาเบิกความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 ให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่เฉพาะส่วนนี้ตามรูปคดี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
จำเลยที่ 1 ยื่นฟ้องโจทก์ในคดีเช็ค โดยกล่าวเท็จว่าโจทก์ร่วมลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็ค ต่อมาจำเลยทั้งสองเบิกความเท็จในคดีดังกล่าวว่าโจทก์ลงลายมือชื่อหรือรับว่าลงลายมือชื่อในเช็ค ซึ่งเป็นเท็จ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองฐานเบิกความเท็จ แต่ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องเพราะเห็นว่าฟ้องไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3897/2534นาย อำพล ชาญวิทยพันธ์โจทก์นางสาว วัน ทนา เขมะ ประสิทธิ์ กับพวกจำเลย ป.อ. ม. 177 ป.วิ.อ. ม. 158 (5) พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 โจทก์บรรยายฟ้องว่า คำเบิกความของจำเลยทั้งสองเป็นข้อสำคัญในคดีโดยมิได้บรรยายรายละเอียดว่าข้อความอันเป็นเท็จที่จำเลยทั้งสองเบิกความเป็นข้อสำคัญในคดีก่อนอย่างไร แต่การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสองเบิกความยืนยันว่าโจทก์ลงลายมือชื่อหรือยอมรับว่าลงลายมือชื่อในเช็คย่อมเป็นคำบรรยายฟ้องที่แสดงอยู่ในตัวแล้วว่าถ้าโจทก์ลงลายมือชื่อจริงย่อมจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 คำเบิกความของจำเลยทั้งสองตามที่โจทก์ฟ้องย่อมเป็นข้อสำคัญในคดีที่เข้าใจได้อยู่ในตัวเองฟ้องของโจทก์จึงมีรายละเอียดเพียงพอที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้เป็นฟ้องที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5)โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ได้ยื่นฟ้องโจทก์เป็นคดีอาญาต่อศาลจังหวัดลพบุรี กล่าวหาว่าโจทก์กระทำผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค โดยกล่าวในฟ้องว่าโจทก์ได้ร่วมลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็ค 2 ฉบับ และเช็คดังกล่าวถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินซึ่งเป็นความเท็จ เพราะโจทก์มิได้ลงชื่อสั่งจ่ายเช็คจำเลยที่ 1 เบิกความเป็นพยานในคดีดังกล่าวว่าโจทก์ได้ร่วมลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คนั้น จำเลยที่ 1 เคยสอบถาม โจทก์ไม่ปฏิเสธลายมือชื่อในเช็คจำเลยที่ 2 เบิกความสนับสนุนคำเบิกความของจำเลยที่ 1 ว่า จำเลยทั้งสองเคยไปพบโจทก์เรื่องหนี้ตามเช็คนั้นโจทก์รับว่าได้ร่วมลงชื่อสั่งจ่ายเช็คดังกล่าวจริง คำเบิกความของจำเลยทั้งสองดังกล่าวเป็นเท็จ ความจริงโจทก์มิได้ลงชื่อสั่งจ่ายเช็คด้วย และไม่เคยร