ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3949/2534

ประเด็นกฎหมาย

การตีความพิกัดอัตราศุลกากรว่าสินค้าแอลลอยสตีลควรจัดเข้าประเภทที่ระบุไว้โดยชัดแจ้ง (73.15 ง.) หรือประเภทที่ระบุไว้อย่างกว้าง (70.40 ฉ.)

หลักกฎหมาย

ตามหลักเกณฑ์การตีความพิกัดอัตราศุลกากร ภาค 1 ข้อ 3 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.2503 หากของชนิดใดอาจจัดเข้าได้สองประเภท ให้จัดเข้าประเภทที่ระบุลักษณะของของไว้โดยชัดแจ้ง แทนประเภทที่ระบุไว้อย่างกว้าง

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลภาษีอากรกลาง ให้เพิกถอนการประเมินของจำเลยเฉพาะที่เกี่ยวกับอากรขาเข้า และให้โจทก์ชำระภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลพร้อมเงินเพิ่มตามแบบแจ้งการประเมินของจำเลย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์นำเข้าเหล็กท่อนสี่เหลี่ยมชนิดแอลลอยสตีล (โลหะผสมเหล็กกล้า) เพื่อใช้เป็นแม่แบบ โดยสำแดงพิกัด 73.15 ง. แต่จำเลยประเมินให้เสียภาษีตามพิกัด 70.40 ฉ. ซึ่งเป็นประเภท 'อื่น ๆ'

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3949/2534บริษัท เอส.เค.ดับบลิว สตีลส์โปรดัคท์ จำกัดโจทก์กรมศุลกากรจำเลย พ.ร.ก.พิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.2503 พิกัดอัตราศุลกากรประเภทที่ 70.40 ฉ ., พิกัดอัตราศุลกากรประเภทที่ 73.15 ง .แอลลอยสตีลเป็นของที่อยู่ในรายการที่กำหนดไว้โดยชัดแจ้งในประเภทพิกัดที่ 73.15 ง. อยู่แล้ว ย่อมไม่อาจจะจัดให้เข้าประเภทที่70.40 ฉ. อันเป็นประเภทที่ระบุไว้อย่างกว้างได้เพราะขัดต่อหลักการตีความพิกัดอัตราศุลกากรที่บัญญัติไว้ในภาค 1 ข้อ 3โจทก์ฟ้องขอให้ยกเลิกการประเมินค่าภาษีอากรที่จำเลยประเมินให้โจทก์เสียเพิ่มจำนวน 61,371.72 บาท และให้จำเลยคืนหนังสือค้ำประกันของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด สาขาเฉลิมนคร แก่โจทก์จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์นำเหล็กท่อนสี่เหลี่ยมชนิดโลหะผสมเหล็กกล้า (แอลลอยสตีล) ซึ่งเป็นของจัดอยู่ในพิกัดที่73.40 ฉ. เข้ามาในราชอาณาจักร แต่โจทก์แจ้งว่าเป็นของจัดอยู่ในพิกัดที่ 73.15 ง. พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยจึงสั่งให้โจทก์วางประกันค่าภาษีอากรและค่าปรับรวมเป็นเงิน 248,100 บาท และทำหนังสือค้ำประกันของธนาคารไว้เป็นประกันเงินค่าภาษีอากรและค่าปรับแล้วตรวจปล่อยสินค้าให้โจทก์ไป โจทก์จึงจะต้องชำระอากรขาเข้าตามพิกัดที่ถูกต้อง ซึ่งเมื่อหักค่าภาษีที่โจทก์ชำระไว้ตามที่สำแดงแล้ว โจทก์ยังมีภาระต้องชำระภาษีอากรเพิ่มเติม ขอให้ยกฟ้องโจทก์ให้โจทก์ชำระเงินภาษีอากรตามฟ้องแย้งจำนวน 122,146.92 บาทแก่จำเลย ให้โจทก์ชำระเงินเพิ่มอากรขาเข้าร้อยละ 1 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนจากต้นเงินอากรขาเข้า 54,591.79 บาท เป็นรายเดือนนับแต่วันฟ้องแย้งจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลย ให้โจทก์ชำระภาษีการค้าในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนจากต้นเงินภาษีการค้า24,661.33 บาท เป็นรายเดือนน