ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4114/2534
ประเด็นกฎหมาย
การใช้อำนาจกำหนดรายรับขั้นต่ำของเจ้าพนักงานประเมินชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และคำวินิจฉัยคำคัดค้านของอธิบดีกรมสรรพากรถึงที่สุดหรือไม่
หลักกฎหมาย
การใช้อำนาจกำหนดรายรับขั้นต่ำตามมาตรา 86 เบญจ แห่งประมวลรัษฎากร เจ้าพนักงานประเมินต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด หากไม่ปฏิบัติตาม คำวินิจฉัยคำคัดค้านของอธิบดีกรมสรรพากรไม่ถึงที่สุด และผู้ประกอบการค้ามีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลได้
คำวินิจฉัย
การกำหนดรายรับขั้นต่ำของเจ้าพนักงานประเมินไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้เพิกถอนการประเมินภาษีการค้าตามหนังสือการกำหนดรายรับขั้นต่ำสำหรับเดือนภาษีของผู้ประกอบการค้าที่ 0824/10436 ฉบับลงวันที่ 30 มิถุนายน 2532 และหนังสือแจ้งผลการวินิจฉัยคำคัดค้านการกำหนดรายรับขั้นต่ำที่ 0810/13199 ฉบับลงวันที่ 30 สิงหาคม 2532
ข้อเท็จจริงสำคัญ
เจ้าพนักงานประเมินส่งแบบแจ้งรายจ่าย (ภ.ค.45) ไปให้โจทก์ทางไปรษณีย์ แต่หนังสือไม่ถึงโจทก์เพราะระบุบ้านเลขที่ผิด ต่อมาเจ้าพนักงานมีหนังสือเรียกกรรมการผู้จัดการไปพบและนำเอกสาร แต่ตัวแทนโจทก์ไม่ไปพบตามกำหนด เจ้าพนักงานจึงกำหนดรายรับขั้นต่ำโดยใช้ข้อมูลจากแบบสำรวจกิจการที่ผู้แทนโจทก์เคยให้ไว้ก่อน
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4114/2534บริษัท นวัต กรรม จำกัดโจทก์กรมสรรพากร กับพวกจำเลย ป.รัษฎากร ม. 86 ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีการค้า (ฉบับที่ 38) ข้อ 3, ข้อ 4การใช้อำนาจกำหนดรายรับขั้นต่ำตาม ป.รัษฎากร มาตรา 86 เบญจเจ้าพนักงานประเมินจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด คำวินิจฉัยคำคัดค้านของอธิบดีกรมสรรพากรจึงจะถึงที่สุดตามมาตรา 86 เบญจ วรรคสอง การที่โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีการค้า โดยอ้างเหตุว่าเจ้าพนักงานประเมินใช้อำนาจกำหนดรายรับขั้นต่ำของโจทก์มิชอบตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด คำวินิจฉัยคำคัดค้านของอธิบดีกรมสรรพากรจึงไม่ถึงที่สุด โจทก์มีอำนาจฟ้องได้ หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการกำหนดรายรับขั้นต่ำ ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีการค้าได้กำหนดให้ผู้ประกอบการค้าแจ้งรายจ่ายด้วยแบบ ภ.ค.45 ต่อเจ้าพนักงานประเมินภายในสิบห้าวันนับแต่วันถัดจากวันได้รับแบบ ภ.ค.45 แสดงว่า ก่อนที่เจ้าพนักงานประเมินจะใช้อำนาจกำหนดรายรับขั้นต่ำตาม ป.รัษฎากร มาตรา 86 เบญจได้นั้น เจ้าพนักงานจะต้องส่งแบบ ภ.ค.45 ให้ผู้ประกอบการค้าก่อนเพื่อให้ผู้ประกอบการค้าแจ้งรายจ่ายตามแบบดังกล่าว ดังนั้น การที่สรรพากรเขตส่งแบบ ภ.ค.45 ไปให้โจทก์ แต่หนังสือไม่ถึงโจทก์เพราะระบุบ้านเลขที่ผิด ย่อมเห็นได้ว่าเจ้าพนักงานยังมิได้ส่งแบบ ภ.ค.45 ให้โจทก์ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแห่งประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีการค้า การใช้อำนาจกำหนดรายรับขั้นต่ำของเจ้าพนักงานประเมินครั้งที่พิพาทจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย.โจทก์ฟ้องว่า เดิมโจทก์ถูกกำหนดรายรับขั้นต่ำโดยแจ้งเป็นหนังสือของสำนักงานภาษีสรรพากรพื้นที่ 4 ที่ กค. 0824/9547ลงวันที่ 21 เมษายน 2530