ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4290/2534

ประเด็นกฎหมาย

การละทิ้งหน้าที่ของลูกจ้างแม้เพียง 1 วัน อาจถือเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีร้ายแรง โดยพิจารณาจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น มิใช่เ

หลักกฎหมาย

การพิจารณาว่าการละทิ้งหน้าที่เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีร้ายแรงหรือไม่ ต้องพิจารณาถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการละทิ้งหน้าที่ประกอบด้วย มิใช่พิจารณาเพียงว่าข้อบังคับระบุไว้หรือไม่ หรือความเสียหายเกิดขึ้นแล้วหรือไม่

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลางที่ยกฟ้องโจทก์ โดยถือว่าโจทก์ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีร้ายแรงแล้ว

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์มีหน้าที่ควบคุมหม้อกำเนิดไอน้ำ หากเครื่องขัดข้องและไม่มีผู้ปิดเครื่อง อาจทำให้หม้อน้ำระเบิดเกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินและชีวิตผู้อื่น โจทก์ละทิ้งหน้าที่ไป 1 วัน แม้ยังไม่เกิดความเสียหาย แต่การละทิ้งหน้าที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงได้

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4290/2534นาย วัฒนา ปราเนตร แก้วโจทก์บริษัท สี ดา แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัดจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3)การที่โจทก์ละทิ้งหน้าที่ไป 1 วัน จะถือว่าเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยกรณีที่ร้ายแรงหรือไม่ไม่ใช่พิจารณาเพียงเฉพาะตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยว่าได้ระบุไว้ให้ถือว่าเป็นกรณีที่ร้ายแรงหรือไม่ หรือการที่โจทก์ละทิ้งหน้าที่ไปนั้นได้ก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นแล้วอย่างไรหรือไม่ แต่จะต้องพิจารณาถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการละทิ้งหน้าที่ของโจทก์ประกอบด้วย โจทก์มีหน้าที่ควบคุมหม้อกำเนิดไอน้ำ หากเครื่องหม้อกำเนิดไอน้ำเกิดขัดข้องขึ้นและไม่มีผู้ใดปิดเครื่อง อาจทำให้พลังไอน้ำที่อยู่ในเครื่องดัน ให้ หม้อน้ำระเบิดก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของจำเลยและชีวิตของลูกจ้างอื่นของจำเลยได้ การที่โจทก์ละทิ้งหน้าที่ไปนั้นจึงอาจก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแม้ระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยจะไม่ได้ระบุว่าการละทิ้งหน้าที่ของโจทก์ถือว่าเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยกรณีที่ร้ายแรงหรือไม่และการละทิ้งหน้าที่ของโจทก์ยังไม่ก่อให้เกิดความเสียหายขึ้น ก็ถือได้ว่าโจทก์ได้ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยกรณีที่ร้ายแรงแล้ว.โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์ไม่เป็นธรรมโดยไม่จ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี ค่าชดเชย และค่าเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์จำเลยให้การว่า เลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่และฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีท