ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4780/2534

ประเด็นกฎหมาย

การที่พนักงานรัฐวิสาหกิจถูกศาลพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายและถูกให้ออกจากงาน ถือเป็นการเลิกจ้างหรือเป็นการออกจากงานโดยผลของกฎหมาย และมีสิทธิได้รับค่าชด

หลักกฎหมาย

แม้พนักงานรัฐวิสาหกิจจะถูกศาลพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายจนขาดคุณสมบัติตาม พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2518 แต่การที่จำเลยต้องดำเนินการให้พ้นจากตำแหน่ง ทำให้การออกจากงานเป็นการเลิกจ้าง มิใช่การพ้นจากตำแหน่งโดยผลของกฎหมาย เมื่อพนักงานไม่มีความผิดตามประกาศกระทรวงมหาดไท

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน 47,280 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ถูกศาลพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2532 จำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ออกจากการเป็นลูกจ้างเพราะขาดคุณสมบัติเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2532 โดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิดตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4780/2534นาย วิโรจน์ อรุ ณ จักรโจทก์การประปาส่วนภูมิภาคจำเลย พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2518 ม. 4, ม. 11 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46, ข้อ 47ตามพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2518 มาตรา 9 และ มาตรา 11 เมื่อศาลพิพากษาให้โจทก์เป็นบุคคลล้มละลายแล้ว โจทก์จะเป็นพนักงานของจำเลยไม่ได้ เพราะขาดคุณสมบัติก็ตาม ตามบทกฎหมายดังกล่าว โจทก์จะถูกศาลพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายแต่จำเลยจะต้องดำเนินการเพื่อให้โจทก์พ้นจากตำแหน่งไปด้วย ดังนั้น การที่โจทก์ออกจากงานเพราะถูกศาลพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย จึงถือว่าเป็นการเลิกจ้างหาใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ออกจากงานโดยผลของกฎหมายไม่ เมื่อโจทก์ไม่ได้กระทำความผิดตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน 2515 ข้อ 47 จำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เข้าทำงานครั้งสุดท้ายทำหน้าที่พนักงานผลิตน้ำ 5 การประปาพิจิตร - วังกรด ต่อมา จำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ออกจากงานฐานขาดคุณสมบัติการเป็นพนักงานการประปาส่วนภูมิภาคโดยโจทก์ไม่มีความผิดและไม่ได้บอกกล่าวเลิกจ้างล่วงหน้า ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าพร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย นับจากวันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า จำเลยให้โจทก์พ้นจากตำแหน่งเพราะโจทก์ถูกศาลพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายขาดคุณสมบัติการเป็นพนักงานเป็นการออกจากงานโดยผลของกฎหมายตามพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2518ไม่ใช่ออกจากงานเพราะการเลิกจ้าง โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยวันนัดพิจ