การบุกรุกที่ดินของรัฐโดยหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัด และความรับผิดในฐานะตัวการร่วม
ที่หาดทรายชายทะเลที่น้ำทะเลท่วมถึงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ร่วมกัน เป็นที่ดินของรัฐ ผู้เข้าครอบครองโดยพลการไม่อาจอ้างสิทธิครอบครองได้ และแม้จำเลยกระทำในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัด ก็ถือเป็นตัวการร่วมกระทำความผิด
พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108 ทวิ วรรคสอง แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96 ข้อ 11 ลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี และปรับ 6,000 บาท ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ให้จำเลยและบริวารของจำเลยออกจากบริเวณที่เข้าไปยึดถือครอบครองด้วย
จำเลยเข้ายึดถือครอบครองที่ดินเนื้อที่ประมาณ 25 ไร่ ซึ่งเป็นหาดทรายชายทะเลที่น้ำทะเลท่วมถึง โดยกั้นเขื่อนหินถมดิน ขุดบ่อเลี้ยงปลา ปลูกต้นไม้ และสร้างกระท่อม โดยมิได้มีสิทธิครอบครองและมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ จำเลยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัดและกระทำการในฐานะดังกล่าว
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4793/2534พนักงานอัยการ จังหวัด ภูเก็ตโจทก์นาย นรหัช รัก แต่ งานจำเลย ป.อ. ม. 83 ป.ที่ดิน ม. 108 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96 ข้อ 11การดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของห้างหุ้นส่วนจำกัดต้องดำเนินการโดยหุ้นส่วนผู้จัดการ เมื่อจำเลยเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของ ห้างหุ้นส่วนจำกัดห. และจำเลยเข้ายึดถือครอบครองที่เกิดเหตุซึ่งเป็นที่ดินของรัฐโดยมิได้มีสิทธิครอบครองและมิได้รับอนุญาตจาก พนักงานเจ้าหน้าที่ แม้จำเลยเข้ายึดถือครอบครองในฐานะจำเลย เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการห้างดังกล่าว ก็ถือว่าจำเลยเป็น ตัวการร่วมกระทำความผิดด้วย.โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา9, 108 ทวิ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์2515 ข้อ 11 ให้จำเลยและบริวารออกจากที่ดินซึ่งเข้าไปยึดถือครอบครองดังกล่าวด้วยจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 9, 108 ทวิ วรรคสอง ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2515 ข้อ 11 จำคุก 1 ปี ให้จำเลยและบริวารของจำเลยออกจากที่ดินที่เข้ายึดถือครอบครองจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่าจำเลยได้เข้ายึดถือครอบครองที่เกิดเหตุเนื้อที่ประมาณ 25 ไร่ตั้งอยู่ที่ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต โดยกั้นเขื่อนหินถมดิน ขุดบ่อเลี้ยงปลา ปลูกต้นไม้ และสร้างกระท่อมในบริเวณที่ดินดังกล่าว ปัญหามีว่าที่ดินบริเวณนั้นเป็นที่ดินของรัฐที่จำเลยเข้ายึดถือครอบครองโดยมิได้มีสิทธิครอบครองและมิได้รับอนุญาตหรือไม่ โจทก์มีนายเจือ ทองพัฒน์ ปลัดอำเภอเมืองภูเก็ต นายสนธยา โปฎก นายช่างรังวัดสำนักงานที่ด