การฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานที่กำหนดให้การให้ผู้อื่นประทับบัตรบันทึกเวลาแทนเป็นความผิดร้ายแรง แต่ศาลวินิจฉัยว่าเป็นการฝ่าฝืนกรณีไม่ร้ายแรง จำเล
การฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานจะเป็นความผิดกรณีร้ายแรงหรือไม่ ต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงเป็นเรื่อง ๆ ไป ไม่ใช่ถือว่าการฝ่าฝืนข้อบังคับที่ระบุว่าเป็นความผิดร้ายแรงทุกกรณี หากเป็นการกระทำโดยไม่ทุจริตและไม่ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง ถือเป็นกรณีไม่ร้ายแรง นายจ้างต้องเคยตักเตือนเป็นหนังสือก่อนจึงจะ
พิพากษายืน ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน 18,600 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 27 มิถุนายน 2534) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
โจทก์มาทำงานตามปกติและกลับเมื่อเลิกงานแล้ว แต่ขอให้ผู้อื่นประทับบัตรบันทึกเวลาแทนเพื่อความสะดวก โดยไม่ทุจริตเพื่อโกงค่าแรง จำเลยไม่เคยตักเตือนเป็นหนังสือมาก่อน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5450/2534นาย อำพร น้อย พึ่ง บุญโจทก์บริษัท ยัวซ่า แบตเตอรี่ ประเทศ ไทย จำกัดจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46, ข้อ 47(3)ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยกำหนดว่าการประทับ บัตรบันทึกเวลาแทนผู้อื่นหรือให้ผู้อื่นประทับบัตรบันทึกเวลาแทน เป็นความผิดร้ายแรง จะถูกลงโทษโดยการไล่ออก เป็นระเบียบเกี่ยวกับ การทำงานที่นายจ้างกำหนดเพื่อใช้บังคับแก่ลูกจ้างจึงเป็นข้อตกลง เกี่ยวกับสภาพการจ้างที่จำเลยได้กระทำขึ้น และมีผลใช้บังคับได้ ตามกฎหมาย แต่จำเลยจะจ่ายค่าชดเชยกรณีนี้หรือไม่ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3) โดยหากการฝ่าฝืนข้อบังคับเป็นกรณีร้ายแรง ก็ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย แต่หากเป็นกรณีไม่ร้ายแรง ซึ่งจำเลยเคยเตือนลูกจ้างแล้ว และลูกจ้าง ยังกระทำซ้ำคำเตือนอีกจำเลยก็ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยเช่นกัน แม้ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานจะกำหนดให้การฝ่าฝืนเป็นความผิดอย่างร้ายแรงก็ตาม แต่ได้ความว่าโจทก์ให้บุคคลอื่นประทับ บัตรบันทึกเวลาแทน เพื่อความสะดวกและมักง่ายของตน หาใช่โดยทุจริต เพื่อโกงค่าแรงงาน ของจำเลยไม่จึงเป็นเพียงการฝ่าฝืนข้อบังคับ กรณีไม่ร้ายแรงเมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยตักเตือนโจทก์เป็นหนังสือ มาก่อน และจำเลยได้ไล่โจทก์ออก จำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์.โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย จำเลยได้ออกคำสั่งเลิกจ้างโจทก์โดยไม่จ่ายค่าชดเชย ความจริงจำเลยมีสิทธิได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายหนึ่งร้อยแปดสิบวัน และจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยจำเลยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า การเลิกจ้างของจำเลยเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ขอให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าเสียหายพร้