การเลิกจ้างเพราะเกษียณอายุ 60 ปีบริบูรณ์ ถือเป็นการเลิกจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน และโจทก์มีสิทธิได้รับค่าชดเชย รวมถึงอำนาจศ
การที่จำเลยมีคำสั่งให้โจทก์พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ เป็นการเลิกจ้างเพราะโจทก์มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ตามที่กฎหมายบัญญัติ หาใช่โจทก์ออกจากงานไปเองไม่ เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิดตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 โจทก์จึงมีสิทธิได้รับค่าชดเช
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลางที่ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน 38,040 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย เข้าทำงานตั้งแต่ พ.ศ. 2511 เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2534 จำเลยให้โจทก์ออกจากงานเพราะเกษียณอายุ ตามประกาศเขตบำรุงทางกรุงเทพฯ และบัญชีแนบท้าย โดยจำเลยมีคำสั่งให้โจทก์พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามมาตรา 33 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเท
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5962/2534นาย สัน เกิด ผลโจทก์การรถไฟแห่งประเทศไทยจำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 8 (2) ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46พนักงานรัฐวิสาหกิจฟ้องเรียกค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงาน หลังจาก พ.ร.บ. พนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ฯ มีผลใช้บังคับ เป็นคดีพิพาทเกี่ยวด้วยสิทธิหรือหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแรงงาน เลิกจ้างเพราะลูกจ้างมีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ หาใช่ลูกจ้างออกจากงานไปเองไม่ เมื่อจำเลยเลิกจ้างโดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิดตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงาน โจทก์จึงมีสิทธิได้รับค่าชดเชย.โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน 38,040 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า โจทก์เป็นพนักงานของจำเลย การที่โจทก์ออกจากงานเพราะเหตุเกษียณอายุ เป็นเรื่องที่โจทก์พ้นจากตำแหน่งโดยผลของกฎหมาย มิใช่เป็นการเลิกจ้างตามความหมายของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชย ทั้งก่อนที่โจทก์ออกจากงานมีพระราชบัญญัติพนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2534 ออกมาบังคับใช้ ซึ่งกำหนดให้กิจการรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยพนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ไม่อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ที่ศาลแรงงานกลางศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน38,040 บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยเข้าทำงานตั้งแต่ พ.ศ. 2511 เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2534