ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5985/2534

ประเด็นกฎหมาย

สินค้าตามหมวด 4(3) แห่งบัญชีที่ 2 ท้ายพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 54) พ.ศ. 2517 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 133) พ.ศ. 2526 มาตรา 9 ต้องเป

หลักกฎหมาย

กฎหมายมิได้บัญญัติจำกัดเฉพาะเจาะจงว่าต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการทำเครื่องเรือนโดยเฉพาะ ดังนั้น แม้สินค้าจะเป็นท่อเหล็กเอนกประสงค์ที่ใช้ทำของอย่างอื่นได้ แต่หากใช้ทำเครื่องเรือนได้ และเข้าเงื่อนไขอื่นตามกฎหมาย ก็ถือเป็นสินค้าตามหมวด 4(3) ที่ต้องเสียภาษีการค้า

คำวินิจฉัย

สินค้าท่อเหล็กกลมและเหลี่ยมที่โจทก์ผลิตเป็นสินค้าตามหมวด 4(3) บัญชีที่ 2 ท้ายพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 54) ที่แก้ไขแล้ว การประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ชอบแล้ว พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ผลิตท่อเหล็กกลมและเหลี่ยมเอนกประสงค์จากเหล็กแผ่นชนิดบาง ซึ่งสามารถใช้ทำของใช้อย่างอื่นได้ แต่โจทก์ยอมรับว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทำเครื่องเรือนได้ และมิได้ผลิตจากสินค้าตามหมวด 4(4)(5) หรือ (6) ของบัญชีที่ 1 และเป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5985/2534ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงงาน ตั้ง หมงเส็งโจทก์กรมสรรพากรจำเลย ป.รัษฎากร ม. 78, , สินค้าตามหมวด 4(3) แห่งบัญชีที่ 2 ท้ายพระราชกฤษฎีกา ออก ตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นภาษีการค้า(ฉบับที่ 54) พ.ศ. 2517 ซึ่งแก้ไขแล้ว คือผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทำ เครื่องเรือนที่มิได้ผลิตจากสินค้าตามหมวด 4(4)(5) หรือ (6) ของ บัญชี ที่ 1 เฉพาะที่ผลิตในราชอาณาจักรนั้น กฎหมายมิได้บัญญัติ จำกัด เฉพาะ เจาะจง ว่าต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการทำเครื่องเรือน โดยเฉพาะ ท่อ เหล็ก กลมและเหลี่ยมเอนกประสงค์ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ต่าง ๆ ยาว มาตรฐาน6 เมตร ที่โจทก์ผลิตจากเหล็กแผ่นชนิดบาง แม้ จะ ใช้ ทำของ อย่างอื่นได้ด้วยแต่ก็เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทำ เครื่องเรือนได้ สินค้าที่โจทก์ผลิตจึงเข้าบทบัญญัติของกฎหมาย ดังกล่าว โจทก์จึงต้องเสียภาษีการค้า.โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบการค้าโดยผลิตท่อเหล็กโดยใช้เหล็กแผ่นบางซึ่งต้องสั่งมาจากต่างประเทศมาม้วนเป็นท่อเหล็กกลมและเหลี่ยมเพื่อจำหน่ายซึ่งผู้ซื้อจะนำไปใช้ทำอะไรก็ได้ไม่จำต้องนำไปทำขาและโครงเก้าอี้ซึ่งเป็นเครื่องเรือนเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน2531 โจทก์ได้รับแบบหนังสือแจ้งภาษีการค้าจำนวน 2 ฉบับ ให้โจทก์เสียภาษีการค้าเพิ่มสำหรับรายรับจากการผลิตท่อเหล็ก เบี้ยปรับเงินเพิ่มและภาษีบำรุงเทศบาล สำหรับปี พ.ศ. 2526 โดยอ้างว่าตามที่โจทก์ไม่ต้องเสียภาษีการค้าแต่เดิมตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นภาษีการค้า (ฉบับที่ 54)พ.ศ. 2517 มาตรา 5(8) นั้น บัดนี้โจทก์ต้องเสียภาษีการค้าในอัตราร้อยละ 3 ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นภาษีการค้า (ฉบับที่ 133) พ.ศ. 2526 ใช้บังค