การกำหนดค่าทดแทนในการเวนคืนที่ดินต้องถือตามราคาตลาดในวันที่พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินมีผลใช้บังคับ ไม่ใช่ราคาที่ผู้ถูกเวนคืนซื้อภายหลังโดยคาดหวังกำไร
ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ข้อ 76 ค่าทดแทนในการเวนคืนที่ดินต้องกำหนดตามราคาธรรมดาที่ซื้อขายในท้องตลาดในวันที่พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินมีผลใช้บังคับ
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ซื้อที่ดินภายหลังพระราชกฤษฎีกาเวนคืนมีผลใช้บังคับแล้ว 7 เดือน โดยรู้ว่าที่ดินอยู่ในเขตเวนคืน แต่คาดหวังว่าที่ดินส่วนที่เหลือจะมีราคาสูงขึ้น ราคาที่โจทก์ซื้อจึงไม่ใช่ราคาตลาดในวันที่พระราชกฤษฎีกามีผลใช้บังคับ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5993/2534พันเอก เสา มนัส โปตระนันท์โจทก์กรมโยธาธิการจำเลย ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ข้อ 76โจทก์ซื้อที่พิพาทภายหลังจากที่พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่อำเภอบางใหญ่ฯ มีผลใช้บังคับถึง 7 เดือนเศษ ก่อนหรือในวันที่พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวมีผลใช้บังคับที่พิพาทจะมีราคาซื้อขายในท้องตลาดอย่างไรโจทก์หาได้นำสืบไม่ และที่โจทก์ซื้อที่พิพาทก็เพราะคาดว่าที่ดินที่เหลือจากถูกเวนคืนจะมีราคาสูงขึ้นคุ้มกับที่ลงทุนซื้อ ราคาที่โจทก์ซื้อจึงไม่ใช่ราคาของที่พิพาทที่ซื้อขายในท้องตลาดในวันที่พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวใช้บังคับ การกำหนดค่าทดแทนในการเวนคืนที่พิพาทให้แก่โจทก์จึงต้องถือตามราคาตลาดเพื่อใช้เป็นทุนทรัพย์สำหรับเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม.โจทก์ฟ้องว่า ในการเวนคืนที่พิพาท จำเลยกำหนดค่าทดแทนให้โจทก์ต่ำไป ขอให้บังคับจำเลยชำระส่วนที่กำหนดต่ำไปนั้นพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์จำเลยให้การว่า ได้กำหนดค่าทดแทนให้แก่โจทก์เป็นธรรมแล้วโดยยึดถือบัญชีกำหนดราคาที่ดินตามราคาตลาดเพื่อใช้เป็นทุนทรัพย์สำหรับเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระค่าทดแทนที่ดินเพิ่มขึ้นพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงตามที่ทั้งสองฝ่ายมิได้นำสืบโต้แย้งกันคงฟังยุติได้ว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 8072 ตำบลบางรักใหญ่(บางไผ่) อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี เนื้อที่ 1 ไร่ 3 งาน9 ตารางวา เดิมเป็นของนางสาวจ่าง ด้วงทองอยู่ กับพวกรวม 3 คนนางสาวจ่างกับพวกขายให้โจทก์เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2525 ที่ดินโฉนดนี้อยู่ในเขตเวนคืนตามพระรา