ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6471/2534

ประเด็นกฎหมาย

การกำหนดค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนต้องเป็นไปตามราคาธรรมดาที่ซื้อขายในท้องตลาด และภาระการพิสูจน์ราคาดังกล่าวตกแก่โจทก์ผู้เรียกค่าทดแทน

หลักกฎหมาย

การกำหนดค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนต้องเป็นไปตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ข้อ 76 คือให้กำหนดเท่าราคาทรัพย์สินตามธรรมดาที่ซื้อขายในท้องตลาดในวันที่พระราชกฤษฎีกาใช้บังคับ การใช้บัญชีราคาที่ดินตามราคาตลาดเพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมไม่ชอบเพราะไม่ใช่ราคาธรรมดาที่ซื้อขายในท้องตลาด และโจทก์มีหน้าที่นำพ

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงิน 57,500 บาทแก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 14 กรกฎาคม 2524 จนกว่าจะชำระเสร็จ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นเจ้าของที่ดิน 5 แปลงถูกเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกาที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม 2524 รวมเนื้อที่ 254 ตารางวา จำเลยกำหนดค่าทดแทนให้ตารางวาละ 750 บาท โดยอาศัยบัญชีกำหนดจำนวนราคาที่ดินตามราคาตลาด โจทก์ได้รับค่าทดแทนที่ดินโฉนดเลขที่ 54330 เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2528 ส่วนที่ดินอีก 4 แปลงได้

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6471/2534นาง สุชาดา วิสารท สกุลโจทก์กรมโยธาธิการจำเลย ป.พ.พ. ม. 163 ป.วิ.พ. ม. 84 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ข้อ 67, ข้อ 76ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 295 ข้อ 76 ให้กำหนดค่าทดแทนเท่าราคาของทรัพย์สินตามธรรมดาที่ซื้อขายในท้องตลาดในวันที่พ.ร.ฎ. ใช้บังคับและการเรียกค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืน โจทก์มีหน้าที่จะต้องหาพยานมาสนับสนุนข้ออ้างของโจทก์ให้มีน้ำหนักรับฟังได้ว่าเป็นราคาธรรมดาที่ซื้อขายในท้องตลาด ไม่ใช่หน้าที่ของจำเลย โจทก์ได้รับค่าทดแทนที่ดินโฉนดเลขที่ 54330 เมื่อวันที่ 21มีนาคม 2528 ส่วนที่ดินอีก 4 แปลง ได้รับค่าทดแทนปี 2527โจทก์ฟ้องคดีนี้ เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2529 ฟ้องโจทก์เกี่ยวกับค่าทดแทนที่ดินแปลงโฉนดเลขที่ 54330 ไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันได้รับเงินค่าทดแทน ยังไม่ขาดอายุความ ส่วนที่เกี่ยวกับค่าทดแทนที่ดินอีก 4 แปลงที่เหลือ ฟ้องเกิน 1 ปี นับแต่วันได้รับเงินค่าทดแทน จึงขาดอายุความตามข้อ 67.โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินถูกเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกา 5 โฉนด รวมเนื้อที่ดินที่ถูกเวนคืนทั้งสิ้น254 ตารางวา เจ้าหน้าที่ของจำเลยได้ทำการสำรวจที่ดินที่ถูกเวนคืนและได้เสนอค่าทดแทนให้โจทก์คิดเป็นเงินตารางวาละ 750 บาทรวมเป็นเงินค่าทดแทน 190,500 บาท เป็นราคาที่ต่ำกว่าราคาตามความเป็นจริงเพราะในวันที่พระราชกฤษฎีกามีผลใช้บังคับนั้นที่ดินของโจทก์มีราคาตารางวาละ 3,200 บาท ซึ่งหากซื้อขายกันตามราคาท้องตลาดในขณะนั้นโจทก์จะได้รับเงินทั้งสิ้น 812,800 บาทเงินค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนจำนวน 190,500 บาทนั้น โจทก์ได้รับเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2528 แต่โจทก์ได้โต้แย้งไว้ในสัญญารับเงินค่าทดแทน เมื่อหักกับเงินค่าทดแทนที่จำเลยได้จ่ายให้โจทก์แล้วโจทก