ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 703/2531

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 703/2531บริษัท เวชศ รี สัมพันธ์ จำกัดโจทก์กรมศุลกากรจำเลย พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 ม. 112 เบญจ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 329 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2515 ข้อ 15มาตรา 112 เบญจแห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 เป็นบทบัญญัติที่ให้อำนาจฝ่ายบริหารมีอำนาจกักของในกรณีที่ผู้นำของเข้าหรือผู้ส่งของออกค้างชำระค่าอากรเพื่อประโยชน์ในอันที่จะจัดเก็บภาษีอากรได้รวดเร็วสมความมุ่งหมาย แม้จะไม่ใช่สินค้ารายเดียวกันกับที่ยังค้างชำระค่าอากรอยู่ก็ตามดังนั้น เมื่อโจทก์ต้องชำระภาษีอากรที่ถูกเรียกเก็บเพิ่มสำหรับสินค้าที่โจทก์นำเข้ามาครั้งก่อนและรับของไปแล้ว แต่โจทก์ไม่ยอมชำระ จำเลยจึงไม่ยอมรับตรวจสอบรับรองตามระเบียบพิธีการศุลกากรสำหรับสินค้ารายใหม่ที่โจทก์นำเข้า เพื่อโจทก์จะได้เสียภาษีอากรที่ยังไม่ได้ชำระในส่วนที่ขาดไปสำหรับการนำเข้าครั้งก่อนได้.โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2529 โจทก์ได้นำสินค้าเวชภัณฑ์ คือยาจีนสำเร็จรูปจากต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักรจำนวน 73 หีบ เรือเข้าถึงท่ากรุงเทพฯ วันที่ 15 พฤษภาคม 2529 โจทก์ชำระเงินค่าสินค้าแล้วได้ยื่นใบขนสินค้าให้พนักงานของจำเลยตรวจสอบรับรองตามระเบียบพิธีการศุลกากรเพื่อโจทก์จะได้ชำระภาษีแล้วรับของจากจำเลย แต่พนักงานของจำเลยปฏิเสธไม่ยอมรับใบขนสินค้าของโจทก์เพื่อตรวจสอบและเก็บภาษีอากรตามกฎหมาย โดยอ้างว่าโจทก์ค้างค่าภาษีอากรสำหรับของที่โจทก์นำเข้ามาตามใบขนสินค้าเลขที่ 119 - 1868 ซึ่งนำเข้าเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน2519 ทำให้โจทก์ไม่สามารถยื่นใบขนสินค้าชำระภาษีนำของออกได้ การกระทำของจำเลยขัดต่อพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469มาตรา 3 มาตรา 10 มาตรา 10 ทวิ มาตรา 113 และมาตรา 40 ทำให้โจทก์เสียหายจึ