ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1102/2531

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1102/2531นาย ปรีชา บุญ ชู กุศลโจทก์บริษัท เอส ที ซีเคียวริตี้เซอร์วิส จำกัดจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2515 ข้อ 47โจทก์เป็นยามรักษาความปลอดภัยของจำเลยมิได้เข้าเวรตามวันเวลาที่กำหนด แต่โจทก์ได้ตกลงแลกเปลี่ยนเวรกับผู้อื่นแล้ว และโจทก์ลงเวลาทำงานเป็นหลักฐานเพื่อเบิกค่าจ้างก็โดยเข้าใจว่าตนมีสิทธิจะได้รับค่าจ้างดังนี้ การกระทำของโจทก์ยังไม่ถึงกับเป็นการละทิ้งหน้าที่และลงเวลาทำงานอันเป็นเท็จโดยทุจริต ไม่เป็นการกระทำผิดร้ายแรง ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3).โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เข้าทำงานกับจำเลยในหน้าที่ยามรักษาความปลอดภัย ต่อมาจำเลยไล่โจทก์ออกจากงานโดยกลั่นแกล้งกล่าวหาว่าโจทก์ขาดเวรยามโจทก์มีสิทธิได้รับค่าชดเชยเป็นค่าจ้าง3 เดือน และจำเลยต้องคืนเงินประกันให้โจทก์ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย 6,570 บาท และคืนเงินประกัน 1,000 บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า โจทก์มีอายุการทำงานไม่ครบ 120 วัน เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2530 โจทก์ต้องเข้าเวรที่บริษัทร่มไทย จำกัดแต่โจทก์ละทิ้งหน้าที่และบังอาจลงเวลาอันเป็นเท็จเพื่อหลอกลวงจำเลย ทำให้จำเลยจ่ายค่าจ้างโจทก์ ต่อมาจำเลยสั่งย้ายหน่วยงานโจทก์ โจทก์ขัดคำสั่งเป็นการทุจริตหรือกระทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้างหรือจงใจทำให้นายจ้างเสียหาย หรือฝ่าฝืนข้อบังคับฯ ในกรณีที่ร้ายแรงจำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย และจำเลยไม่ต้องคืนเงินประกันขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าโจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้างตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2529 ตามฟ้อง โจทก์ไม่ได้เข้าเวรเมื่อวันที่14 กรกฎาคม 2530 ตั้งแต่เวลา 14 นาฬิกา ถึงเวลา 22 นา