ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1353/2531นาย สำเริง บุญ แจ่มโจทก์บริษัท ไฟฟ้า ฟิลิปส์ แห่งประเทศ ไทย จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 340 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2515 ข้อ 34โจทก์ทำใบขอรับเงินจำนวนหนึ่งจากจำเลยโดยมีข้อความว่า ไม่ติดใจที่จะเรียกร้องเงิน สิทธิหรือประโยชน์อื่นใดจากจำเลยอีกเมื่อการทำใบขอรับเงินดังกล่าวได้กระทำหลังจากที่โจทก์พ้นสภาพการเป็นลูกจ้างของจำเลยไปแล้ว โจทก์ย่อมมีอิสระแก่ตน พ้นพันธกรณีและอำนาจบังคับบัญชาจากจำเลยโดยสิ้นเชิงการทำเอกสารสละสิทธิตามที่กล่าวข้างต้นจึงเป็นไปตามความสมัครใจโดยแท้จริงการสละสิทธิดังกล่าวมีผลใช้บังคับได้.โจทก์ฟ้องว่าจำเลยจ้างโจทก์เป็นพนักงานขับรถประจำตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัทจำเลย จำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ทำงานเกินเวลาทำงานปกติวันละ 3 ชั่วโมงต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์แต่มิได้จ่ายค่าล่วงเวลาให้ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าล่วงเวลาและเงินอื่นให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การต่อสู้หลายประการและตัดฟ้องว่าเมื่อโจทก์ออกจากงานโจทก์ได้ขอรับเงินตามสิทธิและตามกฎหมายจากจำเลย คือสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย และค่าล่วงเวลาโดยโจทก์ไม่ติดใจเรียกร้องเงินสิทธิและประโยชน์อื่นใดจากจำเลยอีกโจทก์ได้รับเงินไปจากจำเลยครบถ้วนแล้ว จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินจากจำเลยอีก ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาว่าใบขอรับเงินเมื่อออกจากงานมิใช่สัญญาประนีประนอมยอมความโจทก์มีสิทธิฟ้องและเรียกร้องค่าล่วงเวลาจากจำเลยได้ พิพากษาให้จำเลยชำระค่าล่วงเวลา 30,327.34 บาทพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า 'ค่าล่วงเวลาเกินเวลาทำงานปกตินั้นเป็นเงินที่นายจ้างจ