ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1513/2531

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1513/2531อัยการ ศาลแขวง อุบลราชธานีโจทก์นาย สม จร บัว ซ้อนโจทก์ ป.วิ.พ. ม. 243, ม. 247 พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.2508 ม. 7 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ข้อ 1จำเลยเป็นบุตรของมารดาซึ่งเป็นคนต่างด้าวที่ปรากฏบิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยจึงไม่อาจถูกถอนสัญชาติไทยด้วยกรณีของมารดาได้ ส่วนบิดาของจำเลยและจำเลยเป็นบุคคลสัญชาติไทยโดยการเกิดในราชอาณาจักรและจำเลยเกิดในขณะที่บิดาจำเลยมีสัญชาติไทยดังนี้แม้ต่อมาในภายหลังบิดาจำเลยจะถูกถอนสัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 จำเลยก็หาถูกถอนสัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติดังกล่าวด้วยไม่ ในคดีที่ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลอุทธรณ์มิได้ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยเกิดเมื่อใด ศาลฎีกามีอำนาจฟังข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าวฯ จำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 222 ซึ่งศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า นายสมจรบัวซ้อน จำเลยเป็นบุตรของนายประกอบหรือเต่ยและนางเกียกหรือเกียดนายประกอบหรือเต่ยเกิดเมื่อ พ.ศ. 2473 ที่จังหวัดนครพนม มีบิดาคือนายมา ดีเต้ย นายมาเป็นคนญวนมิใช่คนไทย นางเกียกหรือเกียดมารดาของนายสมจรจำเลยเป็นคนต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองนายประกอบหรือเต่ยบิดานายสมจรและนายสมจรจำเลยเป็นบุคคลสัญชาติไทยโดยการเกิดในราชอาณาจักร ตามพระราชบัญญัติสัญ