ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2242/2531นางสาว สุภัทรา สันติวรวุฒิโจทก์วิทยาลัย ศรีอีสาน(คณาสวัสดิ์ อุทิศจำเลย ป.พ.พ. ม. 113, ม. 194, ม. 850 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2515 ข้อ 46การที่นายจ้างทำหนังสือยินยอมจ่ายค่าชดเชยแก่ลูกจ้าง 6 เดือนทั้งที่ไม่มีหน้าที่ต้องจ่ายนั้น ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 มิได้ห้ามไว้แต่อย่างใด จึงต้องบังคับไปตามสัญญาดังกล่าว และหาเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายอันตกเป็นโมฆะไม่ ข้อตกลงนั้นย่อมผูกพันนายจ้าง (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่2629/2527).โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโดยโจทก์ไม่มีความผิด โจทก์มีสิทธิได้รับค่าชดเชยไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายหนึ่งร้อยแปดสิบวัน เป็นเงิน43,800 บาท แต่จำเลยจ่ายให้โจทก์เพียงเก้าสิบวัน ขอให้ศาลบังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย 21,900 บาทแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นรายปีมีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอน สัญญาฉบับสุดท้ายจำเลยตกลงว่าจ้างโจทก์ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2530 แล้วจำเลยมิได้จ้างโจทก์อีก เพื่อมนุษยธรรมจำเลยได้มอบเงินค่าชดเชยให้โจทก์สามเดือน ทั้งที่ไม่มีสิทธิได้รับ ต่อมาโจทก์กับนายกวีกลับตกลงกันให้โจทก์ได้รับค่าชดเชยหกเดือน เป็นการฝ่าฝืนผิดแผกแตกต่างไปจากกฎหมายคุ้มครองแรงงานย่อมไม่มีผลใช้บังคับเป็นโมฆะ ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยที่ขาด 21,900 บาทแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลแรงงานกลาง ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า แม้จำเลยจะไม่มีหน้าที่ต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์เลย (ซึ่งศาลฎีกาก็ยังมิได้ฟังดังนั้น)ก็ตามแต่จำเลยโดยนายกวี ผู้รักษาการแทนอธิการวิทยาลัยจำเลยได้ตกลงจะจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์