ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2243/2531

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ป.อ. ม. 190
  • มาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าววรรคแรกบัญญัติว่า

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2243/2531พนักงานอัยการ ประจำศาลแขวง อุบลราชธานีโจทก์นาย ทาโง หรือ ทวี แซ่โง้ว หรือ แซ่โค้วจำเลย ป.อ. ม. 190 พ.ร.บ.การเนรเทศ พ.ศ.2499 ม. 5 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 จำเลยเคยได้สัญชาติไทยโดยการเกิด ต่อมาจำเลยถูกเพิกถอนสัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 จึงไม่อาจเนรเทศจำเลยได้ตามพระราชบัญญัติการเนรเทศ พ.ศ. 2499 มาตรา 5 วรรคสอง ดังนี้การที่เจ้าพนักงานคุมขังจำเลยไว้เพื่อการเนรเทศจึงเป็นการคุมขังไว้โดยไม่ชอบเมื่อจำเลยหลบหนีไประหว่างการคุมขังดังกล่าวจึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 190โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นคนต่างด้าวสัญชาติเวียตนาม ถูกคุมขังเพื่อรอการส่งตัวออกไปนอกราชอาณาจักร (เนรเทศ) จำเลยหลบหนีไป ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 190จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นคนต่างด้าวเนื่องจากถูกถอนสัญชาติไทยจำเลยเคยได้สัญชาติไทยดดยการเกิดมาก่อนจึงไม่อาจถูกเนรเทศได้ การคุมขังไม่ชอบด้วยกฎหมายศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยโดยฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาว่าจำเลยเป็นบุตรคนญวนซึ่งอพยพเข้ามาในประเทศไทยเมื่อ พ.ศ. 2488 จำเลยเกิดที่อำเภอเมืองอุบลราชธานีเมื่อ พ.ศ. 2495 และถูกถอนสัญชาติไทยโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 เจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองเห็นว่า จำเลยถูกถอนสัญชาติไทยตามประกาศของคณะปฏิวัติดังกล่าวจึงจับตัวจำเลยส่งไปคุมขังไว้ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอพิบูลมังสาหารเพื่อรอการส่งตัวออกไปนอกราชอาณาจักรโดยเห็นว่าจำเลยเป็นคนสัญชาติเวียตนามจำเลยได้หลบหนีไปจากที่คุงขังดังกล่าว โจทก์จึงฟ้องจำเลยคดีนี้ ปัญหาว่าจำเลยได้กระทำความผิดดังโจทก์ฟ้องหรือไม่นั้น จำต้องวินิจฉัยเสียก่อนว่าการ