ความรับผิดทางอาญาของผู้ขับรถในทางเอกที่ขับผ่านทางร่วมทางแยกด้วยความเร็วสูงโดยไม่ลดความเร็วจนเกิดอุบัติเหตุมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ
การขับรถผ่านทางร่วมทางแยก ผู้ขับขี่ทุกเส้นทางต้องลดความเร็วลงให้อยู่ในอัตราต่ำเพื่อหลีกเลี่ยงภยันตราย แม้ผู้ขับมาในทางเอกก็ไม่สามารถใช้ความเร็วสูงโดยไม่รั้งรอได้
ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีสำหรับจำเลยที่ 1 ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ซึ่งลงโทษจำคุก 3 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291
จำเลยที่ 1 ขับรถในทางเอกด้วยความเร็วสูงเข้าสู่ทางร่วมทางแยก โดยไม่ลดความเร็ว ไม่พบรอยห้ามล้อ รถจอดห่างจากจุดชน 34 เมตร ชนกับรถคันที่ 2 ซึ่งแล่นมาจากทางโทและอยู่ในทางร่วมแล้ว ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2680/2531อัยการ ขอนแก่นโจทก์นาย พเยาว์ สุข ประเสริฐ กับพวกจำเลย ป.อ. ม. 59 วรรคสี่, ม. 291, ม. 300, ม. 390 พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 การขับรถผ่านทางร่วมทางแยกนั้น เป็นหน้าที่ของผู้ขับขี่รถทุกเส้นทางที่มาบรรจบทางร่วมทางแยกจะต้องลดความเร็วลงให้อยู่ในอัตราความเร็วต่ำ เพื่อหลีกเลี่ยงภยันตรายอันอาจเกิดจากการชนกันระหว่างรถที่กำลังแล่นผ่าน หาใช่ว่าผู้ที่ขับมาในทางเอกจะใช้ความเร็วในอัตราสูงโดยขับผ่านทางร่วมทางแยกไปโดยปราศจากความรั้งรอ ไม่ว่าจะมีรถในทางเดินรถทางโทแล่นมาถึงพร้อมกันหรือไม่ เมื่อจำเลยที่ 1 ได้ขับรถแล่นเข้าไปในทางร่วมที่เกิดเหตุด้วยความเร็วสูง ทั้งที่ควรลดความเร็วลงเพื่อหลีกเลี่ยงมิให้เกิดเหตุขึ้น ทำให้ชนกับรถคันที่จำเลยที่ 2 ขับมา เป็นเหตุให้มีคนตายและบาดเจ็บ ย่อมถือได้ว่าเหตุที่เกิดขึ้นเป็นผลจากความประมาทของจำเลยที่ 1 ด้วยโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291, 300, 390 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522มาตรา 21, 43, 78, 152, 157, 160 จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291, 300, 390 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522มาตรา 21, 43, 152, 157 ให้ลงโทษบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291 จำคุกคนละ 3 ปี และจำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติ จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 78, 160 วรรคสองให้จำคุก 3 เดือน จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คงมีปัญหาในชั้นนี้ตามที่โจทก์ฎีกาขึ้นมาว่า เหตุเกิดจากความประมาทของจำเลยที่ 1 ด้วยหรือไม่ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าเหตุ