ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2706/2531นาย เยาวรัช พรมจักร์โจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัด พี.พี.เท็กซ์ไทล์จำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างของโจทก์ได้สั่งให้โจทก์ทำความสะอาดทางระบายน้ำเสีย โจทก์ไม่ยอมทำอ้างว่าสกปรกเกินไป ป.ภรรยาพ. ผู้จัดการห้างจำเลยจึงบอกแก่โจทก์ว่า "ถ้าทำไม่ได้ก็ต้องออกจากงาน" มิได้กล่าวให้เป็นกิจจะลักษณะว่าจำเลยจะเลิกจ้างโจทก์และ ป. มิได้เป็นผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคลจำเลย ทั้งไม่ปรากฏว่าได้รับมอบหมายจาก พ. ป. จึงไม่อยู่ในฐานะเป็นนายจ้างของโจทก์ ไม่มีอำนาจเลิกจ้างโจทก์ได้ การที่โจทก์ออกจากงานไปยังถือไม่ได้ว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ได้กระทำผิด ขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย และคืนเงินประกัน จำเลยให้การว่าจำเลยไม่ได้เลิกจ้างโจทก์ โจทก์ละทิ้งงานไปเอง จำเลยไม่ต้องจ่ายเงินตามฟ้องให้โจทก์ ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิดตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 47 พิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย และเงินประกันให้แก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2530 จำเลยได้สั่งให้โจทก์ทำความสะอาดทางระบายน้ำเสีย แต่โจทก์ไม่ยอมทำอ้างว่าสกปรกเกินไป นางปัทมา อุ่นพิพัฒน์ ภรรยานายไพบูลย์อุ่นพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัดพี.พี.เท็กซ์ไทล์ จำเลย จึงบอกโจทก์ว่า ถ้าทำไม่ได้ก็ต้องออกจากงาน โจทก์จึงออกจากงานไป เช่นนี้ ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยสั่งให้โจทก์ทำความสะอาดทา