ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2746/2531

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2746/2531นาย เกษม คน สมบูรณ์โจทก์ธนาคาร เพื่อ การเกษตร และ สหกรณ์การเกษตรจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47จำเลยประกอบธุรกิจธนาคาร ได้มีคำสั่งห้ามพนักงานมีส่วนเกี่ยวพันกับลูกค้าในลักษณะที่อาจจะให้เป็นที่ครหา การกู้ยืมเงินลูกค้า การเรียกร้องหรือแสวงหาผลประโยชน์หรือสิ่งตอบแทนจากลูกค้า ซึ่งการกระทำเหล่านี้เป็นการเบียดเบียนลูกค้าของธนาคารโจทก์เป็นพนักงานสินเชื่อทำหน้าที่หัวหน้าฝ่าย การที่ ด. ภริยาโจทก์ขอยืมเงินจาก อ. ลูกค้าของจำเลยประจำหน่วยนั้นและในการกู้ยืมนี้โจทก์ได้ทำสัญญาค้ำประกันไว้แก่ อ. ด้วยเป็นการรู้เห็นเป็นใจ ความประพฤติของโจทก์เช่นนี้ ถือได้ว่าเป็นการเบียดเบียนลูกค้าในทำนองเดียวกันโดยอาศัยอำนาจหน้าที่ และเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของจำเลยอันเป็นกรณีร้ายแรง จำเลยเลิกจ้างด้วยเหตุดังกล่าวจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยโจทก์ฟ้องว่าจำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ ครั้งสุดท้ายทำหน้าที่พนักงานธุรการ 5 เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2530 จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ได้กระทำความผิด ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินบำเหน็จและค่าชดเชยแก่โจทก์จำเลยให้การว่า โจทก์ประพฤติผิดวินัยของจำเลย ตามข้อบังคับฉบับที่ 9 ข้อ 3(4)(7) และ (10) โดยขณะที่โจทก์ปฏิบัติหน้าที่พนักงานสินเชื่อ 5 ประจำสาขาเลย ทำหน้าที่หัวหน้าหน่วยอำเภอเมืองเลย โจทก์ได้ร่วมกับนางดวงพร คนสมบูรณ์ ซึ่งเป็นภริยาโจทก์ขอกู้ยืมเงินจากนายอุ่น ภากระจ่าง ลูกค้าของจำเลยประจำหน่วยอำเภอเมืองเลย แต่นายอุ่นไม่มีเงิน โจทก์จึงขอให้นายอุ่นนำที่ดิน น.ส.3ก. เลขที่ 4417 ซึ่งเป็นของนายอุ่นไปขายฝากเพื่อนำเงินมาให้โจทก์และภริยายืม นายอุ่นอยู่ในภาวะจำยอมจึงต้องขายฝากที่ดินแปลงดังกล่าวและนำเงินมา