ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2860/2531นายแพทย์ มงคล วัฒน สุข กับพวกโจทก์กรมสรรพากร กับพวกจำเลย ป.รัษฎากร ม. 40 (8), ม. 48 (4), ม. 78 บัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายประมวลรัษฎากร ประเภทการค้า 11 โจทก์ทั้งสองเป็นสามีภรรยากันซื้อที่ดินมาแล้วแบ่งแยกที่ดินออกเป็นแปลงย่อยเนื้อที่เพียงเล็กน้อย มีลักษณะเพื่อที่จะปลูกสร้างตึกแถวและต่อมาหลังจากโจทก์ซื้อที่ดินดังกล่าวแล้วไม่ถึง 3 ปี ได้ขายไปในช่วงระยะเวลาอันสั้นส่อแสดงให้เห็นว่าโจทก์ซื้อที่ดินมาแล้วขายไปในทางการค้าหรือหากำไรเพราะคำว่าการขายโดยมุ่งในทางการค้าหรือหากำไรหมายความว่า หากมีการซื้อที่ดินมาเพื่อจะขายเพื่อเอากำไรก็เรียกว่าเป็นการค้า แม้จะกระทำเพียงครั้งเดียวก็ถือได้ว่าเป็นการขายโดยมุ่งในทางการค้าหรือหากำไรแล้วการคำนวณเงินได้สุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและการคำนวณภาษีการค้านั้นมีหลักเกณฑ์ไม่เหมือนกัน ไม่เป็นผลผูกมัดถึงกันอย่างใด การขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไรจะต้องเสียภาษีการค้า และเมื่อโจทก์ขายที่ดินที่ได้มาโดยมุ่งทางการค้าหรือหากำไรแล้ว ดังนั้น ในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โจทก์จึงไม่มีสิทธิหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้ร้อยละ 80 ของเงินได้พึงประเมิน.โจทก์ทั้งสองฟ้องว่าจำเลยที่ 2 ได้มีแบบหนังสือแจ้งภาษีเงินได้ (ภ.ง.ด.11) 2 ฉบับ แจ้งให้โจทก์ที่ 1 เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปี 2522 เพิ่มขึ้น เนื่องจากโจทก์ทั้งสองได้ขายที่ดิน รวมทั้งเงินเพิ่มเป็นเงินทั้งสิ้น 528,440.76 บาท โจทก์ที่ 1 อุทธรณ์ จำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 ได้มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์เห็นชอบด้วยกับการประเมินของจำเลยที่ 2 แต่ลดภาษีและเงินเพิ่มที่เรียกเก็บลงคงเรียกเก็บจากโจทก์ทั้งสองรวมเป็นเงิน 469,933.58 บาท การประเมินและการวินิจฉัยอ