ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3237/2531

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3237/2531อัยการ เชียงใหม่โจทก์นาย ก้อน แก้ว ใจ ปัญญา กับพวกจำเลย ป.วิ.อ. ม. 15 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 แม้ฝิ่นของกลางจะมีน้ำหนักถึง 10,000 กรัม แต่โจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่าฝิ่นของกลางมีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์จำนวนเท่าใดจึงฟังไม่ได้ว่าฝิ่นของกลางมีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ไม่เกินหนึ่งร้อยกรัมตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษฯ มาตรา 69วรรคสาม หรือมีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์เกินกว่าหนึ่งร้อยกรัมตามมาตรา 69 วรรคสี่ จึงไม่อาจลงโทษจำเลยตามมาตรา 69 วรรคสามหรือวรรคสี่ได้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษและพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในข้อหาพาอาวุธปืน แต่ปฏิเสธในข้อหามีฝิ่นไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายจำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2528มาตรา 3, 4, 6, 10 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ,72 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ข้อหาพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุก 6 เดือน จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน ข้อหามียาเสพติดให้โทษ (ฝิ่น) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย ให้จำคุก 20 ปี รวม 2 กระทงเป็นจำคุก 20 ปี 3 เดือน ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษฯ มาตรา 69 วรรคสอง จำคุก 9 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 3คงจำคุก 6 ปี รวมกับโทษในความผิดฐานพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เป็นจำคุก 6 ปี 3 เดือน อาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนของกลางคืนให้จำเลยที่ 1 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น