ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3850/2531บรรษัท เงินทุน อุตสาหกรรม แห่งประเทศ ไทยโจทก์บริษัท เพชร ไพ ศาล อุตสาหกรรม จำกัด กับพวกจำเลยกรมแรงงานผู้ร้อง ป.วิ.พ. ม. 287, ม. 290 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 พ.ศ.2515 ข้อ 10ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 กำหนดให้นายจ้างจ่ายเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน โดยให้อำนาจอธิบดีกรมแรงงานออกคำสั่งเป็นหนังสือให้ยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ไม่จ่ายเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนและหรือเงินเพิ่มได้เองโดยไม่ต้องฟ้องร้องต่อศาล ถือได้ว่าเป็นสิทธิอื่น ๆ ซึ่งบุคคลภายนอก อาจร้องขอให้บังคับเหนือทรัพย์สินนั้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 287 กรมแรงงานจึงมีสิทธิขอเข้าเฉลี่ยหนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 ได้ แม้จะมิได้เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาและไม่ใช่หนี้ค่าภาษีอากรก็ตามคดีสืบเนื่องจากโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลยที่ 1 ระหว่างประกาศขายทอดตลาด ผู้ร้องขอเฉลี่ยหนี้ ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103ลงวันที่ 16 มีนาคม 2515 เป็นกฎหมายพิเศษเพื่อให้ความคุ้มครองแรงงานแก่ลูกจ้างและกำหนดให้นายจ้างจ่ายเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนตามอัตราที่ทางการกำหนด และตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ ข้อ 10ให้อำนาจอธิบดีกรมแรงงานมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้ยึด อายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ไม่จ่ายเงินสมทบและหรือเงินเพิ่มได้เองโดยไม่จำต้องนำคดีขึ้นฟ้องร้องศาล ถือได้ว่า เป็นสิทธิอื่น ๆซึ่งบุคคลภายนอกอาจร้องขอให้บังคับเหนือทรัพย์สินนั้นได้ตามกฎหมายซึ่งบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งไม่กร