ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4222/2531

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4222/2531กรมศุลกากร กับพวกโจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัด ไพศาลอิมปอร์ต กับพวกจำเลย พ.ร.ก.พิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.2503 พิกัดประเภทที่ 73.38, พิกัดประเภทที่ 83.03สินค้าพิพาทที่จำเลยนำเข้าทำด้วยเหล็ก มีขนาดสูงประมาณ14-15 เซนติเมตร กว้าง 22-25 เซนติเมตร ยาว 30-36 เซนติเมตรน้ำหนักประมาณ 4-5 กิโลกรัม มีกุญแจและรหัสเป็นตัวเลข ตั้งแต่เลข 0 ถึง 100 ใช้สำหรับปิดเปิด เมื่อเปิดฝาหรือเคลื่อนย้ายจะมีเสียงกริ่งดัง เป็นสัญญาณใช้สำหรับกันขโมย ดังนี้ สินค้าดังกล่าวจึงเป็นหีบใส่เงิน ต้องเสียภาษีอากรตามบัญชีแนบท้ายพระราชกำหนด พิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2503 ที่ใช้บังคับในขณะพิพาทในพิกัดประเภทที่ 83.03 อัตราร้อยละ 15 หาใช่ของใช้ในบ้านเรือนในพิกัดประเภทที่ 73.38 ข.อัตราร้อยละ 50 ไม่โจทก์ฟ้องว่าระหว่างปี 2516 ถึงปี 2519 จำเลยที่ 1 ได้นำหีบใส่เงินเข้ามาในราชอาณาจักรรวม 7 ครั้ง โดยเสียภาษีอากรตามพิกัดประเภทที่ 83.03 ได้ชำระภาษีและรับสินค้าไปแล้วต่อมาเจ้าหน้าที่โจทก์ตรวจพบว่าสินค้าดังกล่าวต้องชำระภาษีอากรตามพิกัดประเภทที่ 73.38 ข. เป็นเหตุให้ชำระภาษีอากรเข้าภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลขาดไปเมื่อรวมเงินเพิ่มแล้วเป็นเงิน 489,399.58 บาท จำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการจำเลยที่ 1 ต้องรับผิดด้วย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองให้การว่าจำเลยที่ 1 เสียภาษีอากรสินค้าตามฟ้องในพิกัดประเภทที่ 83.03ถูกต้องแล้ว ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมและขาดอายุความ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเป็นอันยุติรับฟังได้ว่าเมื่อระหว่างปี 2512 ถึงปี 2519 จำเลยที่ 1 ได้สั่ง