การตีความข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานที่ห้ามนำสิ่งอื่นใดนอกจากงานในหน้าที่มาทำในสถานที่ทำงาน ครอบคลุมถึงการกระทำนอกเวลาทำงานหรือไม่
ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานที่ห้ามลูกจ้างนำสิ่งอื่นใดนอกจากงานในหน้าที่มาทำในสถานที่ทำงาน มีความหมายชัดแจ้งว่า ห้ามกระทำการดังกล่าวไม่ว่าจะในเวลาทำงานปกติหรือนอกเวลาทำงานก็ตาม
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำสั่งศาลแรงงานกลางที่อนุญาตให้ผู้ร้องลงโทษผู้คัดค้านโดยออกหนังสือภาคทัณฑ์ได้
ผู้คัดค้านซึ่งเป็นกรรมการลูกจ้างนำเครื่องวิทยุมาซ่อมในห้องสโตร์ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานหลังเลิกงาน โดยการซ่อมไม่ใช่งานในหน้าที่
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 424/2532บริษัท เลออน ไทย จำกัดผู้ร้องผู้ร้อง คัดค้านผู้ร้องนาย ธันวา โพธิ์ เงินผู้ร้อง ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3)ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของบริษัทผู้ร้องกำหนดว่า ลูกจ้างต้องไม่นำสิ่งอื่นใดนอกจากงานในหน้าที่มาทำในเวลาทำงานหรือในสถานที่ทำงานของบริษัท ย่อมมีความหมายชัดแจ้งว่า ห้ามลูกจ้างนำสิ่งอื่นใดนอกจากงานในหน้าที่เข้ามาทำในสถานที่ทำงาน หรือทำสิ่งอื่นใดซึ่งไม่เกี่ยวกับงานในหน้าที่ในสถานที่ทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการกระทำในเวลาทำงานปกติหรือนอกเวลาทำงาน ดังนั้น การที่ผู้คัดค้านซึ่งเป็นกรรมการลูกจ้างนำเครื่องวิทยุมาซ่อมในสถานที่ทำงานซึ่งไม่ใช่งานในหน้าที่แม้จะเป็นการทำนอกเวลาทำงานก็ถือว่าเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานดังกล่าว.(ที่มา-ส่งเสริม)ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้คัดค้านซึ่งเป็นกรรมการลูกจ้างของบริษัทผู้ร้องได้นำเครื่องวิทยุมาซ่อมในห้องสโตร์อันเป็นกิจส่วนตัวหลังเลิกงานเวลา 17 นาฬิกา ห้องสโตร์เป็นสถานที่เก็บวัสดุภัณฑ์ทุกชนิดของผู้ร้อง เมื่อหมดเวลาทำงานปกติ พนักงานทุกคนต้องออกไปนอกห้องสโตร์ ผู้คัดค้านทราบดีแต่ละเลยเพิกเฉย เป็นการกระทำผิดระเบียบข้อบังคับของผู้ร้อง ข้อ 6.3 "ต้องไม่นำ ทำสิ่งอื่นใดนอกจากงานในหน้าที่มาทำในเวลาทำงานหรือในสถานที่ทำงานของบริษัทฯ"ผู้ร้องจึงขออนุญาตศาลลงโทษผู้คัดค้านด้วยการออกหนังสือภาคทัณฑ์ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้คัดค้านไม่เคยทำผิดระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน เพราะระเบียบดังกล่าวไม่ได้กำหนดห้ามนำหรือทำสิ่งใดบ้าง ตามปกติเมื่อหมดเวลาทำงานแล้ว พนักงานอื่นและผู้คัดค้านย่อมมีสิทธิจะทำกิจส่วนตัวตามสมควร ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิลงโทษผู้คัดค้านด้วยการออกหนังสือภาคทัณ