ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 933/2532

ประเด็นกฎหมาย

การตีความข่าวที่อาจทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตกใจ วิตกกังวล หรือหวาดกลัว ตามคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 42 ข้อ 2(6) ว่าต้องเป็นข่าวที่กระ

หลักกฎหมาย

ข่าวคราวตามคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 42 ข้อ 2(6) ต้องมีลักษณะที่อาจทำให้ประชาชนทั่วไปเกิดความตื่นตกใจ วิตกกังวล หรือหวาดกลัว มิใช่เพียงคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือคนใดคนหนึ่ง และต้องมุ่งหมายถึงข่าวที่อาจก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยของบ้านเมือง

คำวินิจฉัย

การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 42 ข้อ 2(6) ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ยกฟ้อง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยพิมพ์พาดหัวข่าวว่า "ห่วงหลุด เสียเงินหมื่น เลือดไหลไม่หยุด เจ็บปวด ทรมาน" เกี่ยวกับนางวันทองที่ได้รับความเจ็บปวดจากการใส่ห่วงคุมกำเนิด ซึ่งเป็นข่าวจริง ไม่มีการบิดเบือน และเป็นข่าวเฉพาะกลุ่มสตรีมีสามีในวัยเจริญพันธุ์ ไม่กระทบต่อประชาชนทั่วไป

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 933/2532อัยการ อุตรดิตถ์โจทก์นาย โปรย สมบัติจำเลย คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 42 ข้อ 2(6)ข่าวมีลักษณะที่อาจทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตกใจ หรือวิตกกังวลหรือเกิดความหวาดกลัว ตามคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 42 ข้อ 2(6) นั้น หมายถึงข่าวคราวที่มีลักษณะอาจทำให้ประชาชนทั่วไปเกิดความตื่นตกใจวิตกกังวลหรือเกิดความหวาดกลัว หาใช่ข่าวที่เพียงอาจทำให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือคนใดคนหนึ่งเกิดความตื่นตกใจหรือวิตกกังวลหรือหวาดกลัวไม่ การที่จำเลยพิมพ์และโฆษณาข้อความโดยพิมพ์พาดหัวหนังสือพิมพ์ประจำวันของจำเลยว่า "ห่วงหลุด เสียเงินหมื่น เลือดไหลไม่หยุดเจ็บปวด ทรมาน" ภายในเนื้อข่าวเป็นเรื่องราวของนาง ว. ซึ่งได้รับการใส่ห่วงยางเพื่อคุมกำเนิดจากโรงพยาบาล อ. เมื่อกลับมาบ้านแล้วรู้สึกเจ็บปวด เลือดไหลอยู่ 4 วัน ครั้นเลือดหยุดก็ยังมีอาการปวดอยู่ นาง ว. ต้องไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลอื่น และต้องเสียค่ารักษาพยาบาลถึง 14,000 บาท ข้อความตามข่าวมิใช่ความเท็จ หรือมีการบิดเบือนข้อเท็จจริง ทั้งมีลักษณะเป็นข่าวอยู่ในวงเฉพาะสตรีที่มีสามีแล้ว และอยู่ในวัยเจริญพันธุ์เท่านั้นซึ่งหาใช่ข่าวที่อาจทำให้ประชาชนทั่วไปเกิดความตื่นตกใจ วิตกกังวลหรือเกิดความหวาดกลัวไม่ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 42 ข้อ 2(6).โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 42 ข้อ 2(6), 5 และนับโทษต่อ จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 42 ลงวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2519 ข้อ 2และ ข้อ 5 จำคุก 6 เดือน ปรับ 5,000 บาท ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด