การจ่ายค่าทดแทนคราวเดียวเต็มจำนวนโดยไม่ได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมแรงงานเป็นการฝ่าฝืนประกาศกระทรวงมหาดไทย
การจ่ายค่าทดแทนของสำนักงานกองทุนเงินทดแทนต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง อัตราและวิธีเรียกเก็บเงินสมทบฯ ข้อ 22 ซึ่งกำหนดว่าการจ่ายค่าทดแทนในคราวเดียวเต็มจำนวนจะทำได้ก็แต่โดยอนุมัติของอธิบดีกรมแรงงานหรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมแรงงานมอบหมายเท่านั้น
ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า สำหรับค่าทดแทนกรณีที่โจทก์ต้องสูญเสียเท้าซ้าย ให้จำเลยจ่ายในอัตราเดือนละ 3,600 บาท นับแต่วันที่โจทก์ประสบอันตรายถึงวันที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาเป็นเงิน 43,200 บาท และชำระเป็นรายเดือนเดือนละ 3,600 บาท ต่อไปอีกมีกำหนด 1 ปี 9 เดือน
โจทก์ประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานและยื่นคำร้องขอรับเงินทดแทน แต่สำนักงานกองทุนเงินทดแทนวินิจฉัยว่าไม่ใช่การประสบอันตรายเนื่องจากการทำงาน โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยจ่ายค่าทดแทนรายเดือน ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จ่ายคราวเดียวเต็มจำนวนโดยไม่ปรากฏว่าอธิบดีกรมแรงงานได้อนุมัติ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1154/2532นางสาว สุมาลี อาดปานเสกโจทก์อธิบดี กรมแรงงานจำเลย ป.วิ.พ. ม. 142 (5) พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 31, ม. 52 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 54 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง อัตราและวิธีเรียกเก็บเงินสมทบการจ่ายเงินทดแทนของสำนักงานกองทุนเงินทดแทน และการอุทธรณ์ ข้อ 16, ข้อ 22 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดการจ่ายค่าทดแทน การจ่ายเงินทดแทนของสำนักงานกองทุนเงินทดแทน ต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง อัตราและวิธีเรียกเก็บเงินสมทบการจ่ายเงินทดแทนของสำนักงานกองทุนเงินทดแทนและการอุทธรณ์ข้อ 22 ซึ่งกำหนดว่า "การจ่ายค่าทดแทนให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดการจ่ายค่าทดแทน แต่การจ่ายค่าทดแทนในคราวเดียวเต็มจำนวนจะทำได้ก็แต่โดยอนุมัติของอธิบดีกรมแรงงานหรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมแรงงานมอบหมายเท่านั้น" เมื่อคดีของโจทก์ไม่ปรากฏว่าอธิบดีกรมแรงงานหรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมแรงงานมอบหมายได้พิจารณาอนุมัติให้จ่ายค่าทดแทนแก่โจทก์ในคราวเดียวเต็มจำนวนแล้วยังปรากฏจากคำขอบังคับแห่งคำฟ้องของโจทก์ว่า ให้จำเลยจ่ายค่าทดแทนรายเดือนให้แก่โจทก์เป็นเวลา 2 ปี 9 เดือน แสดงว่า โจทก์ต้องการให้จำเลยจ่ายค่าทดแทนให้จำเลยเป็นรายเดือนที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าทดแทนคราวเดียวเต็มจำนวนจึงเป็นการฝ่าฝืนประกาศกระทรวงมหาดไทยดังกล่าว และฝ่าฝืนพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 52ปัญหาข้อนี้เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนศาลฎีกาหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานให้แก่นายจ้าง จึงยื่นคำร้องขอรับเงินทดแทนต่อสำนักงา