ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1391 - 1442/2532

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาว่าการจ่ายเงินบำเหน็จและค่าชดเชยแก่ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้างต้องบังคับตามระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญลูกจ้าง พ.ศ. 2502 หรือข้อบังคับของจำเลย

หลักกฎหมาย

รัฐวิสาหกิจไม่มีอำนาจยกเลิกระเบียบของคณะรัฐมนตรี แต่มีอำนาจออกข้อบังคับของตนเอง เมื่อออกข้อบังคับใหม่แล้ว ย่อมมีผลไม่นำระเบียบเก่ามาใช้บังคับโดยอนุโลมต่อไป ข้อบังคับที่กำหนดให้เงินบำเหน็จถือเป็นค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน ขัดต่อประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 ไม่มีผลบังคับ เงินบำเหน

คำวินิจฉัย

จำเลยต้องจ่ายเงินบำเหน็จและค่าชดเชยแก่โจทก์ตามข้อบังคับของจำเลยว่าด้วยกองทุนบำเหน็จ พ.ศ. 2521 และตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน โดยแยกจากกัน พิพากษาแก้ให้จำเลยจ่ายเงินบำเหน็จเพิ่มแก่โจทก์บางคนและดอกเบี้ยในค่าชดเชยบางส่วน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยเป็นรัฐวิสาหกิจ เดิมใช้ระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญลูกจ้าง พ.ศ. 2502 โดยอนุโลม ต่อมาในปี พ.ศ. 2521 จำเลยออกข้อบังคับว่าด้วยกองทุนบำเหน็จ พ.ศ. 2521 ใช้บังคับ ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะหยุดดำเนินกิจการ โจทก์ได้รับทั้งเงินบำเหน็จและค่าชดเชย แต่เห็นว่าได้รับไม่ครบ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1391 - 1442/2532นาย สิทธิ เดช กนกวรรณรัตน์ กับพวกโจทก์องค์การผลิตอาหารสำเร็จรูปจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม. 10เดิมจำเลยไม่มีระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญลูกจ้างเป็นของตนเอง จึงนำเอาระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญลูกจ้าง พ.ศ. 2502 ของกระทรวงการคลังมาใช้บังคับโดยอนุโลมตลอดมา จนถึง พ.ศ. 2521 จำเลยจึงได้ออกข้อบังคับเกี่ยวกับเงินบำเหน็จประกาศใช้บังคับ แต่ระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญลูกจ้าง พ.ศ. 2502กำหนดขึ้นโดยคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ใช้แก่ราชการและรัฐวิสาหกิจทั้งหลายเป็นการทั่วไป จำเลยซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งจึงหามีอำนาจที่จะยกเลิกเพิกถอนระเบียบดังกล่าวไม่ แต่มีอำนาจตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การจำเลยมาตรา 15(3) และมาตรา 18 ที่จะวางข้อบังคับเกี่ยวกับเงินบำเหน็จและเงินรางวัลของจำเลยเอง ซึ่งเมื่อได้ประกาศใช้ข้อบังคับของจำเลยว่าด้วยกองทุนบำเหน็จ พ.ศ. 2521 แล้วย่อมมีผลเท่ากับไม่นำเอาระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญลูกจ้างพ.ศ. 2502 มาใช้บังคับโดยอนุโลมต่อไป ดังนั้น จะนำความในข้อ 5 วรรคท้าย และข้อ 6 ของระเบียบดังกล่าวมาใช้กับโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างไม่ได้ การจ่ายเงินบำเหน็จและค่าชดเชยคดีนี้ต้องบังคับตามข้อบังคับของจำเลยว่าด้วยกองทุนบำเหน็จ พ.ศ. 2521.โจทก์ทั้งห้าสิบสองสำนวนฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ วันเข้าทำงานและค่าจ้างครั้งสุดท้ายกับค่าครองชีพของโจทก์ปรากฎตามฟ้อง ต่อมาเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2531 จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุจำเลยหยุดดำเนินกิจการโดยโจทก์ไม่มีความผิด จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ไม่ครบตามกฎหมาย และจ่ายเงินบำเหน็จแก่โ