ค่าครองชีพเป็นส่วนหนึ่งของเงินเดือนหรือไม่ และข้อบังคับของจำเลยว่าด้วยกองทุนบำเหน็จ พ.ศ. 2521 มีผลบังคับแทนระเบียบกระทรวงการคลัง พ.ศ. 2502 หรือไม่ รวม
ค่าครองชีพที่จ่ายเป็นประจำทุกเดือนและมีจำนวนแน่นอนเพื่อตอบแทนการทำงาน ถือเป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้างและเงินเดือน ต้องนำมารวมคำนวณค่าชดเชยและเงินบำเหน็จ ข้อบังคับของรัฐวิสาหกิจที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง ย่อมมีผลใช้บังคับแทนระเบียบกระทรวงการคลังที่เคยใช้โดยอนุโลม ข้อบังคับที่กำหนดให้เงินบำ
จำเลยต้องจ่ายเงินบำเหน็จและค่าชดเชยแก่โจทก์ โดยนำค่าครองชีพมารวมคำนวณด้วย และต้องจ่ายทั้งเงินบำเหน็จและค่าชดเชยแยกจากกัน ไม่สามารถหักกลบลบหนี้หรือถือว่าเงินบำเหน็จเป็นค่าชดเชย พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายเงินบำเหน็จให้แก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 2,700 บาท แก่โจทก์ที่ 10 เป็นเงิน 5,600 บาท ให้จ่ายดอกเบี้ยในเงินค่าชดเชยสำหรับโจทก์ที่ 17 ที่ 19 และที่ 37 นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง
จำเลยเป็นรัฐวิสาหกิจ เดิมไม่มีระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จของตนเอง จึงนำระเบียบกระทรวงการคลัง พ.ศ. 2502 มาใช้โดยอนุโลม ต่อมาในปี 2521 จำเลยออกข้อบังคับกองทุนบำเหน็จของตนเอง จำเลยจ่ายค่าครองชีพให้โจทก์ทุกเดือนเป็นจำนวนแน่นอนเพื่อตอบแทนการทำงาน โจทก์ถูกเลิกจ้างเพราะจำเลยหยุดดำเนินกิจการ โดยโจทก์ไม่มีความ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1391 - 1442/2532นาย สิทธิ เดช กนกวรรณรัตน์ กับพวกโจทก์องค์การผลิตอาหารสำเร็จรูปจำเลย พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม. 10 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46เดิมจำเลยไม่มีระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญลูกจ้างเป็นของตนเอง จึงนำเอาระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญลูกจ้าง พ.ศ. 2502 ของกระทรวงการคลังมาใช้บังคับโดยอนุโลมตลอดมา จนถึง พ.ศ. 2521 จำเลยจึงได้ออกข้อบังคับเกี่ยวกับเงินบำเหน็จประกาศใช้บังคับ แต่ระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญลูกจ้าง พ.ศ. 2502 กำหนดขึ้นโดยคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ใช้แก่ราชการและรัฐวิสาหกิจทั้งหลายเป็นการทั่วไป จำเลยซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่งจึงหามีอำนาจที่จะยกเลิกเพิกถอนระเบียบดังกล่าวไม่ แต่มีอำนาจตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การจำเลย มาตรา 15(3)และมาตรา 18 ที่จะวางข้อบังคับเกี่ยวกับเงินบำเหน็จและเงินรางวัลของจำเลยเอง ซึ่งเมื่อได้ประกาศใช้ข้อบังคับของจำเลยว่าด้วยกองทุนบำเหน็จ พ.ศ. 2521 แล้วย่อมมีผลเท่ากับไม่นำเอาระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จและเงินทำขวัญลูกจ้าง พ.ศ. 2502 มาใช้บังคับโดยอนุโลมต่อไป ดังนั้น จะนำความในข้อ 5 วรรคท้าย และข้อ 6 ของระเบียบปี พ.ศ. 2502 ของกระทรวงการคลังมาใช้กับโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างไม่ได้ การจ่ายเงินบำเหน็จและค่าชดเชยคดีนี้ต้องบังคับตามข้อบังคับของจำเลยว่าด้วยกองทุนบำเหน็จ พ.ศ. 2521โจทก์ทั้งห้าสิบสองสำนวนฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุจำเลยหยุดดำเนินกิจการโดยโจทก์ไม่มีความผิด จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ไม่ครบตามกฎหมายและจ่ายเงินบำเหน็จแก่โจทก์ไม่ครบตามข้อบังคับ ขอให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์แต่ละคนตามคำขอท้ายฟ้อง จำเ