การเลิกจ้างพนักงานรัฐวิสาหกิจที่ขาดสัญชาติไทยเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่ และสิทธิในการได้รับค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า
พนักงานรัฐวิสาหกิจต้องมีสัญชาติไทยตาม พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2518 มาตรา 9(1) การขาดคุณสมบัติดังกล่าวทำให้พ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 11(3) และการเลิกจ้างเพราะเหตุนี้ไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม และไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าหรือจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า
การเลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุขาดคุณสมบัติสัญชาติไทยไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม และไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าหรือจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า โจทก์มีสิทธิได้รับค่าชดเชยและเงินบำเหน็จเฉพาะอายุการทำงานในฐานะพนักงานของจำเลยเท่านั้น
โจทก์เป็นลูกจ้างกระทรวงกลาโหมถูกโอนมาเป็นพนักงานของจำเลยตาม พ.ร.บ.การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2521 มาตรา 60 โจทก์ไม่มีสัญชาติไทย จำเลยเป็นรัฐวิสาหกิจ การบรรจุพนักงานต้องเป็นไปตาม พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานฯ ซึ่งกำหนดว่าต้องมีสัญชาติไทย และกรณีไม่เข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 9 วรรคสอง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1663/2532นาย พงศ์พันธ์ กิตติศุภลักษณ์ หรือ นาย งักเว้ง แซ่กี้โจทก์การ ปิโตรเลียม แห่งประเทศ ไทยจำเลย ป.พ.พ. ม. 577, ม. 582 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม. 5, ม. 10 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 49 พ.ร.บ.การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย พ.ศ.2521 ม. 60 พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2518 ม. 9, ม. 11การโอนโจทก์ซึ่ง เป็นลูกจ้างกระทรวงกลาโหมสังกัดกรมการพลังงานทหาร ไปเป็นพนักงานของจำเลยตามพระราชบัญญัติการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2521 มาตรา 60ถือเป็นการให้ออกจากงานเดิม เพราะเหตุยุบตำแหน่ง หรือเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด และไม่นับอายุการทำงานติดต่อ กัน จำเลยเป็นรัฐวิสาหกิจ การบรรจุหรือแต่งตั้ง บุคคลใด เป็นพนักงานของจำเลย ต้อง อยู่ในบังคับของพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจพ.ศ. 2518 มาตรา 9(1) ที่กำหนดว่าพนักงานรัฐวิสาหกิจต้อง มีคุณสมบัติเป็นผู้มีสัญชาติไทย โจทก์ไม่มีสัญชาติไทยจึงขาดคุณสมบัติที่จะเป็นพนักงานของจำเลย และกรณีไม่เข้าข้อยกเว้นตาม มาตรา 9วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวที่จำเลยจะต้อง จ้าง โจทก์เพราะความจำเป็นตาม ลักษณะงานของจำเลย โจทก์จึงต้อง พ้นจากตำแหน่ง ตาม มาตรา 11(3) แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุขาดคุณสมบัติดังกล่าวจึงไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ทั้งไม่ใช่กรณีเลิกจ้างที่จะต้อง บอกกล่าวล่วงหน้า และจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้แก่โจทก์ โจทก์คงมีสิทธิได้รับค่าชดเชยและเงินบำเหน็จจากจำเลยโดย คำนวณจากอายุการทำงานในช่วงที่เป็นพนักงานของจำเลยเ