ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1663/2532

ประเด็นกฎหมาย

การเลิกจ้างพนักงานรัฐวิสาหกิจที่ไม่มีสัญชาติไทยโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าและการนับอายุงานต่อเนื่อง

หลักกฎหมาย

พนักงานรัฐวิสาหกิจต้องมีสัญชาติไทยตาม พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2518 มาตรา 9(1) การขาดคุณสมบัติดังกล่าวทำให้เลิกจ้างได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า และการโอนตาม พ.ร.บ.การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย พ.ศ.2521 มาตรา 60 ถือเป็นการออกจากงานเดิม อายุงานเดิมไม่นับต่อเนื่อง

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลแรงงานกลาง ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยและเงินบำเหน็จพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ โดยคำนวณจากอายุการทำงานในช่วงที่เป็นพนักงานของจำเลยเท่านั้น และยกคำขออื่น

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นลูกจ้างกระทรวงกลาโหมถูกโอนมาเป็นพนักงานจำเลยตามกฎหมาย แต่โจทก์ไม่มีสัญชาติไทย จำเลยเลิกจ้างเพราะขาดคุณสมบัติ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1663/2532นาย พงศ์พันธ์ กิตติศุภลักษณ์ หรือ นายงักเว้ง แซ่กี้โจทก์การ ปิโตรเลียม แห่งประเทศ ไทยจำเลย ป.พ.พ. ม. 577, ม. 582 พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม. 5, ม. 10 พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ.2522 ม. 49 พ.ร.บ.การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย พ.ศ.2521 ม. 60 พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2518 ม. 9, ม. 11 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46การโอนโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างกระทรวงกลาโหมสังกัดกรมการพลังงานทหาร ไปเป็นพนักงานของจำเลยตามพระราชบัญญัติการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2521 มาตรา 60 ถือเป็นการให้ออกจากงานเดิมเพราะเหตุยุบตำแหน่งหรือเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด และไม่นับอายุการทำงานติดต่อกัน จำเลยเป็นรัฐวิสาหกิจ การบรรจุหรือแต่งตั้งบุคคลใดเป็นพนักงานของจำเลย ต้องอยู่ในบังคับของพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2518มาตรา 9(1) ที่กำหนดว่าพนักงานรัฐวิสาหกิจต้องมีคุณสมบัติเป็นผู้มีสัญชาติไทย โจทก์ไม่มีสัญชาติไทยจึงขาดคุณสมบัติที่จะเป็นพนักงานของจำเลย และกรณีไม่เข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 9 วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ที่จำเลยจะต้องจ้างโจทก์เพราะความจำเป็นตามลักษณะงานของจำเลย โจทก์จึงต้องพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา11(3) แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุขาดคุณสมบัติดังกล่าวจึงไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ทั้งไม่ใช่กรณีเลิกจ้างที่จะต้องบอกกล่าวล่วงหน้า และจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้แก่โจทก์ โจทก์คงมีสิทธิได้รับค่าชดเชยและเงินบำเหน็จจากจำเลยโดยคำนวณจากอายุการทำงานในช่วงที่เป็นพนักงานของจ