การบุกรุกที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินโดยการไถพูนดินและปลูกต้นมะพร้าว และไม่ยอมรื้อถอนเมื่อได้รับแจ้งให้ออก เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดินหรือประมวลกฎหม
ความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 365 มุ่งประสงค์ลงโทษผู้บุกรุกอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นเท่านั้น ไม่ใช่ที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ส่วนความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามมาตรา 360 ต้องมีการพิสูจน์ความเสียหายและเจตนาทำให้เสียหาย การเข้าไปถือประโยชน์ในที่สาธารณประโยชน์โดยไม่มีเจตนาทำให้เสียหายไม่เ
จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 108 ทวิ วรรคสอง ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96 ข้อ 11 วางโทษจำคุกคนละ 1 ปี ปรับคนละ 6,000 บาท ลดโทษหนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ 8 เดือน ปรับคนละ 4,000 บาท โทษจำคุกรอการลงโทษไว้ 2 ปี
จำเลยทั้งสองร่วมกันเข้าไปไถพูนดินและปลูกต้นมะพร้าวประมาณ 80 ต้น ในที่เกิดเหตุเนื้อที่ประมาณ 17 ไร่ ซึ่งเป็นหนองน้ำสาธารณะอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน หลังจากได้รับแจ้งให้ออกจากที่เกิดเหตุแล้ว จำเลยยังคงอยู่ในที่เกิดเหตุและไม่ยอมรื้อถอนต้นมะพร้าว
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1692/2532อัยการ จังหวัด ภูเก็ตโจทก์นาย ศักดา แซ่เอียบ กับพวกจำเลย ป.อ. ม. 360, ม. 362 ป.ที่ดิน ม. 108 ทวิ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96 ข้อ 11จำเลยเข้าไปไถพูนดินและปลูกต้นมะพร้าวในบริเวณที่น้ำท่วมถึงอันเป็นหนองน้ำสาธารณะซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน และยังคงอยู่ในที่ไม่ยอมรื้อถอนต้นมะพร้าวเมื่อนายอำเภอแจ้งให้ออกเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 108 ทวิ วรรคสองประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96 ข้อ 11 แต่จะลงโทษจำเลยในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362,365 หาได้ไม่เพราะบทบัญญัติดังกล่าวมุ่งประสงค์ลงโทษผู้บุกรุกอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น ไม่ใช่ลงโทษผู้บุกรุกที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินทั้งการกระทำของจำเลยเป็นเพียงเข้าไปถือเอาประโยชน์ในที่สาธารณประโยชน์ ไม่ได้ประสงค์จะเข้าไปทำให้ที่นั้นเสื่อมค่าหรือไร้ประโยชน์ จึงลงโทษจำเลยในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 360 ไม่ได้อีกเช่นกันโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9,108 ทวิ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96 ข้อ 11 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 360, 362, 365 และให้จำเลยทั้งสองและบริวารออกจากที่ดินซึ่งเข้าไปยึดถือครอบครองด้วยจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 108 ทวิ วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 360, 362,365 ลงโทษบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360, 365 ซึ่งมีอัตราโทษเท่ากัน จำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 1 ปี ให้จำเลยทั้งสองและบริวารออกจากที่ดินซึ่งเข้าไปยึดถือครอบครอง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า