คำสั่งของผู้จัดการโรงเรียนที่ให้ครูทบทวนการกระทำของตนเองและรายงานภายในกำหนด มิฉะนั้นจะรายงานผู้บังคับบัญชาชั้นสูง ไม่ถือเป็นคำสั่งเลิกจ้าง
คำสั่งที่เป็นการเลิกจ้างต้องมีข้อความที่สั่งให้ออกจากงาน ปลดออก หรือไล่ออกอย่างชัดแจ้ง การตำหนิหรือให้ทบทวนการกระทำไม่ถือเป็นการเลิกจ้าง
คำสั่งของจำเลยที่ 2 ไม่เป็นคำสั่งเลิกจ้างโจทก์ พิพากษายืนตามศาลแรงงานกลาง
โจทก์เป็นครูโรงเรียนเอกชน มีเรื่องทะเลาะกับครูอื่น จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้จัดการมีคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรให้โจทก์ทบทวนการกระทำและวินิจฉัยตนเองแล้วรายงานภายในกำหนด มิฉะนั้นจะรายงานผู้บังคับบัญชาชั้นสูง โจทก์ฟ้องว่าเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1976/2532นางสาว สุโสภา อิ่ม วิทยาโจทก์นาง สม ศรี สิงหเสนี กับพวกจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46คำสั่งของจำเลยที่ 2 มีข้อความกล่าวถึงเรื่องราวต่าง ๆที่เกิดขึ้นและให้โจทก์ทบทวนการกระทำของโจทก์และวินิจฉัยว่าโจทก์กระทำผิดถูกอย่างไร แล้วรายงานให้จำเลยที่ 2 ทราบภายในกำหนดมิฉะนั้นจะรายงานผู้บังคับบัญชาชั้นสูงต่อไป ไม่มีข้อความที่สั่งให้โจทก์ออกจากงาน ปลดโจทก์ออกจากงาน หรือไล่โจทก์ออกจากงานอันเป็นการเลิกจ้างโจทก์ แม้ในคำสั่งจะมีข้อความตำหนิการกระทำของโจทก์ก็จะถือว่าเมื่ออ่านประกอบข้อความที่ให้โจทก์วินิจฉัยตนเองแล้วเป็นการไล่โจทก์ออกจากงานโดยใช้ถ้อยคำสุภาพไม่ได้ คำสั่งดังกล่าวจึงไม่เป็นคำสั่งเลิกจ้างโจทก์โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำครั้งสุดท้ายทำหน้าที่ครูประจำชั้นประถมปีที่ 5 โรงเรียนกรุงธนวิทยาภวัน ได้รับค่าจ้างอัตราเดือนละ 2,285 บาท วันที่26 ตุลาคม 2531 จำเลยเลิกจ้างโจทก์อ้างว่าโจทก์ดื้อดึงและถือทิฐิโจทก์เห็นว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าเสียหายให้แก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การทำนองเดียวกันว่าโจทก์ละทิ้งหน้าที่การงานไปเองตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2531โดยจำเลยมิได้เลิกจ้างแต่อย่างใด จำเลยจึงไม่ต้องรับผิด ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงได้ความว่าโจทก์กับนางนารีรัตน์ สิงหเสนี ซึ่งเป็นครูโรงเรียนกรุงธนวิทยาภวันมีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้จัดการโรงเรียนดังกล่าวได้เขียนคำสั่งลงในสมุดตามเอกสารหมาย ล.1หน้า 136-137 ให้ครูคนอื่นนำไปให้โจทก์อ่านและเซ็นทราบ ซึ่งคำสั่งดังกล่าวมี