ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2210/2532

ประเด็นกฎหมาย

หนี้ที่เกิดจากการขายสินค้าแล้วเรียกเก็บเงินไม่ได้ เป็นหนี้ที่เกิดจากการปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างแรงงานหรือเป็นหนี้อื่นตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การค

หลักกฎหมาย

หนี้ที่เกิดจากการปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างแรงงานโดยตรง ไม่ใช่หนี้อื่นตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 30 นายจ้างจึงมีสิทธินำหนี้ดังกล่าวมาหักจากค่าจ้างได้ และข้อตกลงระหว่างลูกจ้างกับนายจ้างในเรื่องนี้ไม่ตกเป็นโมฆะ

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลางที่ให้จำเลยที่ 1 จ่ายค่าชดเชยจำนวน 30,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ลูกจ้างซึ่งเป็นพนักงานขายขายสินค้าของนายจ้างให้แก่ลูกค้าแล้วเรียกเก็บเงินไม่ได้ ต่อมาลูกจ้างทำบันทึกตกลงให้นายจ้างเรียกเก็บเงินค่าสินค้าจากลูกจ้าง โดยให้ถือว่าลูกจ้างได้รับชำระเงินจากลูกค้าแล้ว นายจ้างจึงหักเงินค่าสินค้าดังกล่าวจากค่าจ้างของลูกจ้าง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2210/2532นาย ชลิต ศรีศศิพงศ์โจทก์บริษัท ไซนซ์อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กับพวกจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 30โจทก์เป็นลูกจ้างและเป็นพนักงานขายของจำเลย ได้ขายสินค้าของจำเลยให้แก่ลูกค้าแล้วเรียกเก็บเงินไม่ได้ โจทก์จึงทำบันทึกตกลงให้จำเลยเรียกร้องเงินค่าสินค้าของลูกค้าดังกล่าวจากโจทก์ โดยให้ถือว่าโจทก์ได้รับชำระเงินจากลูกค้ารายนี้แล้ว หนี้ดังกล่าวจึงเป็นหนี้ที่เกิดจากการปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างแรงงานมิใช่หนี้อื่นตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 30 จำเลยนำหนี้รายนี้มาหักจากค่าจ้างที่ต้องจ่ายให้แก่โจทก์ได้.โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นนายจ้างโจทก์ ส่วนจำเลยที่ 2เป็นผู้ได้รับมอบหมายจากกรรมการผู้มีอำนาจจัดการแทนให้มีอำนาจทำการแทนในกิจการของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ได้หักเงินเดือนของโจทก์ชดใช้ราคาสินค้าซึ่งจำเลยที่ 1 เรียกเก็บจากลูกค้าไม่ได้ไป 78,000 บาท ต่อมาจำเลยไม่จ่ายเงินเดือนและรายได้ต่าง ๆ ให้โจทก์จำนวนประมาณ 28,000 บาทโดยอ้างว่าโจทก์ยักยอกเงินของบริษัทซึ่งไม่เป็นความจริงและไม่ยอมให้โจทก์ทำงานต่อไป เป็นการเลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีความผิด โจทก์ได้รับเงินเดือนสุดท้ายเดือนละ 11,600บาท จึงมีสิทธิได้รับค่าชดเชย 69,600 บาท และเงินเดือนอีก 1 เดือนในการบอกกล่าวล่วงหน้าก่อนเลิกจ้าง ทั้งจำเลยให้โจทก์ออกจากงานโดยไม่มีความผิดถือว่าเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม โจทก์จึงขอคิดค่าเสียหายในข้อนี้ 50,000 บาท ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยชดใช้เงินรวม 237,200 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 1 หักเงินโจทก์ไปโดยหักสองเดือนครั้ง เป็นเงิน 60,48