การที่ลูกจ้างขาดงานติดต่อกัน 3 วันทำงาน เนื่องจากการไปรับราชการทหารตามกฎหมาย ถือเป็นการละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุสมควรหรือไม่
การที่จะถือว่าลูกจ้างละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันเป็นการละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุสมควรหรือไม่ จะต้องพิจารณาถึงเหตุที่ทำให้ลูกจ้างนั้นไม่ได้มาทำงานว่ามีเหตุสมควรหรือไม่เพียงใด มิใช่ว่าเมื่อลูกจ้างไม่มาทำงานโดยไม่ส่งใบลากิจและไม่ได้รับอนุมัติให้ลาได้ อันเป็นการกระทำผิดต่อระเบียบข้อบังคับเ
พิพากษายืน ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยเป็นเงิน 9,030 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 6 พฤศจิกายน 2529 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย ต่อมาโจทก์ไปรับการตรวจเลือกและได้รับการคัดเลือกให้เป็นทหารประจำการตามกฎหมายเป็นเวลา 2 ปี จำเลยอนุญาตให้โจทก์ลาไปรับราชการทหารได้ เมื่อโจทก์ถูกปลดจากการเป็นทหารประจำการแล้ว ได้กลับมารายงานตัวเพื่อทำงานต่อไป แต่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ โดยอ้างว่าโจทก์ขาดงานเกิน 3 วันโดยมิได้ยื่
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2211/2532นาย มนัส หลวง เทพโจทก์บริษัท เอ.ที.พี.อินดัสตรี้ จำกัดจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47การที่ลูกจ้างขาดงานเป็นเวลา 3 วันทำงานติดต่อกัน จะเป็นการละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุสมควรหรือไม่ ต้องพิจารณาถึงเหตุที่ทำให้ลูกจ้างนั้นไม่ได้มาทำงานว่ามีเหตุสมควรหรือไม่ เพียงใดไม่ใช่ว่าเมื่อลูกจ้างไม่มาทำงานโดยฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเรื่องการลาแล้ว จะเป็นการละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุสมควรเสมอไป โจทก์ละทิ้งหน้าที่เกิน 3 วันทำงานติดต่อกันเนื่องจากไปรับราชการทหารตามกฎหมาย ไม่ใช่เป็นการละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควรที่จำเลยจะเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยโจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้จ้างโจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้างประจำครั้นเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2529 โจทก์ได้ไปรับการตรวจเลือกและได้รับการคัดเลือกให้เป็นทหารประจำการตามกฎหมายเป็นเวลา 2 ปีตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม 2529 ถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2531 จำเลยได้อนุญาตให้โจทก์ลาไปรับราชการทหารได้ ต่อมาเมื่อโจทก์ถูกปลดจากการเป็นทหารประจำการแล้ว ได้กลับมารายงานตัวเพื่อทำงานต่อไปจำเลยได้เลิกจ้างโจทก์เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2531 โดยโจทก์ไม่มีความผิดและไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า อันเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ขอให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งและอัตราค่าจ้างเดิมโดยนับเวลาทำงานต่อเนื่องกัน หากจำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานไม่ได้ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า เงินสะสม กับค่าเสียหายเนื่องจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์เมื่อวัน