การซื้อที่ดินแล้วแบ่งแยกและพัฒนาที่ดินเพื่อขายหากำไร ถือเป็นผู้ประกอบการค้าประเภทการค้าอสังหาริมทรัพย์ ต้องเสียภาษีการค้า
การซื้อที่ดินแล้วแบ่งแยกและพัฒนาที่ดินโดยให้ผู้อื่นลงทุนทำถนน สร้างตึกแถว ติดตั้งสาธารณูปโภค แล้วขายที่ดินในราคาสูง ได้กำไรถึงประมาณ 1,000 เท่า ถือเป็นการประกอบธุรกิจการค้าหากำไร จึงเป็นผู้ประกอบการค้าประเภทการค้าอสังหาริมทรัพย์ ต้องเสียภาษีการค้า
โจทก์เป็นผู้ประกอบการค้าประเภทการค้าอสังหาริมทรัพย์ ต้องเสียภาษีการค้า
โจทก์ซื้อที่ดิน 1 แปลง เนื้อที่ 11 ไร่ ราคา 22,320 บาท เมื่อปี พ.ศ. 2492 ต่อมาปี พ.ศ. 2520 โจทก์แบ่งแยกที่ดินออกเป็น 102 แปลง และให้ห้าง ส. ลงทุนทำถนน สร้างตึกแถว ติดตั้งไฟฟ้าและน้ำประปา จากนั้นโจทก์และห้าง ส. ขายที่ดินและตึกแถว โดยโจทก์จดทะเบียนขายเฉพาะที่ดิน ห้าง ส. ทำสัญญาขายเฉพาะตึกแถว โจทก์ขายท
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2242/2532นาย ทอง อยู่ มูล ทรัพย์โจทก์กรมสรรพากร กับพวกจำเลย ป.รัษฎากร ม. 77, ม. 78 บัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายประมวลรัษฎากร ประเภทการค้า 11 เมื่อปี พ.ศ. 2492 โจทก์ซื้อ ที่ดิน 1 แปลง เนื้อที่ 11 ไร่ราคา 22,320 บาท ต่อ มาปี พ.ศ. 2520 โจทก์แบ่งแยกที่ดินดังกล่าวออกเป็น 102 แปลงและให้ห้าง ส. ลงทุนทำถนน สร้างตึกแถวติดตั้ง ไฟฟ้าและน้ำประปาลงบนที่ดินที่แบ่งแยก จากนั้นโจทก์และห้าง ส. ก็ขายที่ดินและตึกแถวโดย โจทก์จดทะเบียนขายเฉพาะ ที่ดินห้าง ส. ทำสัญญาขายเฉพาะ ตึกแถว โจทก์ขายที่ดินในราคาตารางวาละ5,000 บาท ได้ เงินมาแล้ว 9 ล้านบาทเศษ ได้ กำไรถึง ประมาณ1,000 เท่า เห็นได้ว่าโจทก์ประกอบธุรกิจการค้าหากำไร จึงเป็นผู้ประกอบการค้าประเภทการค้าอสังหาริมทรัพย์ ต้อง เสียภาษีการค้า.(ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล-วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์-ประวิทย์ ขัมภรัตน์)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ