ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2242/2532

ประเด็นกฎหมาย

การซื้อที่ดินแล้วแบ่งแยกและพัฒนาที่ดินเพื่อขายหากำไร ถือเป็นผู้ประกอบการค้าประเภทการค้าอสังหาริมทรัพย์ ต้องเสียภาษีการค้า

หลักกฎหมาย

การซื้อที่ดินแล้วแบ่งแยกและพัฒนาที่ดินโดยให้ผู้อื่นลงทุนทำถนน สร้างตึกแถว ติดตั้งสาธารณูปโภค แล้วขายที่ดินในราคาสูง ได้กำไรถึงประมาณ 1,000 เท่า ถือเป็นการประกอบธุรกิจการค้าหากำไร จึงเป็นผู้ประกอบการค้าประเภทการค้าอสังหาริมทรัพย์ ต้องเสียภาษีการค้า

คำวินิจฉัย

โจทก์เป็นผู้ประกอบการค้าประเภทการค้าอสังหาริมทรัพย์ ต้องเสียภาษีการค้า

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ซื้อที่ดิน 1 แปลง เนื้อที่ 11 ไร่ ราคา 22,320 บาท เมื่อปี พ.ศ. 2492 ต่อมาปี พ.ศ. 2520 โจทก์แบ่งแยกที่ดินออกเป็น 102 แปลง และให้ห้าง ส. ลงทุนทำถนน สร้างตึกแถว ติดตั้งไฟฟ้าและน้ำประปา จากนั้นโจทก์และห้าง ส. ขายที่ดินและตึกแถว โดยโจทก์จดทะเบียนขายเฉพาะที่ดิน ห้าง ส. ทำสัญญาขายเฉพาะตึกแถว โจทก์ขายท

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2242/2532นาย ทอง อยู่ มูล ทรัพย์โจทก์กรมสรรพากร กับพวกจำเลย ป.รัษฎากร ม. 77, ม. 78 บัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายประมวลรัษฎากร ประเภทการค้า 11 เมื่อปี พ.ศ. 2492 โจทก์ซื้อ ที่ดิน 1 แปลง เนื้อที่ 11 ไร่ราคา 22,320 บาท ต่อ มาปี พ.ศ. 2520 โจทก์แบ่งแยกที่ดินดังกล่าวออกเป็น 102 แปลงและให้ห้าง ส. ลงทุนทำถนน สร้างตึกแถวติดตั้ง ไฟฟ้าและน้ำประปาลงบนที่ดินที่แบ่งแยก จากนั้นโจทก์และห้าง ส. ก็ขายที่ดินและตึกแถวโดย โจทก์จดทะเบียนขายเฉพาะ ที่ดินห้าง ส. ทำสัญญาขายเฉพาะ ตึกแถว โจทก์ขายที่ดินในราคาตารางวาละ5,000 บาท ได้ เงินมาแล้ว 9 ล้านบาทเศษ ได้ กำไรถึง ประมาณ1,000 เท่า เห็นได้ว่าโจทก์ประกอบธุรกิจการค้าหากำไร จึงเป็นผู้ประกอบการค้าประเภทการค้าอสังหาริมทรัพย์ ต้อง เสียภาษีการค้า.(ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล-วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์-ประวิทย์ ขัมภรัตน์)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ