ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2350/2532

ประเด็นกฎหมาย

สิทธิในการนับอายุงานต่อเนื่องและสิทธิได้รับค่าเสียหายเมื่อศาลสั่งให้รับกลับเข้าทำงาน

หลักกฎหมาย

เมื่อลูกจ้างถูกควบคุมตัวดำเนินคดีอาญาและไม่สามารถทำงานได้ อายุงานไม่สามารถนับต่อเนื่องในช่วงเวลาดังกล่าว และตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 49 หากศาลสั่งให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงานแล้ว ลูกจ้างไม่มีสิทธิได้รับค่าเสียหายหรือค่าจ้างนับแต่วันฟ้องจนถึงวันที่รับกลับเข้าทำงานอีก

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้นับอายุงานใหม่ของโจทก์ติดต่อกับอายุงานที่คำนวณถึงวันที่ 20 พฤษภาคม 2525 ซึ่งเป็นวันก่อนวันเลิกจ้างโจทก์เป็นต้นไป นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยไล่โจทก์ออกจากงานเพราะโจทก์กระทำผิดคดีอาญาถูกควบคุมตัวไม่สามารถทำงานให้จำเลยได้ และต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกโจทก์ ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานโดยนับอายุงานต่อเนื่องเสมือนมิได้มีการเลิกจ้าง

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • มาตรา 9(3) แห่งพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจพ.ศ.
  • มาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติฯดังกล่าว

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2350/2532นาง วิจิตร สกุล เพชรโจทก์องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 49เหตุที่จำเลยไล่โจทก์ออกจากงานเพราะโจทก์ได้กระทำผิดคดีอาญาถูกควบคุมตัวไม่สามารถทำงานให้จำเลยได้ และประกอบกับต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกโจทก์ในคดีดังกล่าว ดังนี้ เมื่อศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานโจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะขอให้นับอายุงานต่อเนื่องตั้งแต่วันเลิกจ้างจนถึงวันที่จำเลยรับโจทก์ กลับเข้าทำงานเสมือนมิได้มีการเลิกจ้างได้.ตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 49 นั้น ศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจสั่งให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงาน หรือให้นายจ้าง จ่ายค่าเสียหายชดใช้แทน ดังนี้ เมื่อศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานแล้วโจทก์จึงไม่มีสิทธิจะได้รับค่าเสียหายนับแต่วันที่โจทก์ยื่นฟ้องจนถึงวันที่จำเลยรับโจทก์เข้าทำงานได้อีก.โจทก์ฟ้องอ้างว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งอัตราค่าจ้าง สภาพการจ้างไม่ต่ำกว่าเดิมโดยนับอายุงานต่อจากเดิมพร้อมทั้งให้จำเลยจ่ายค่าจ้างหรือค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 2,270 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะรับโจทก์กลับเข้าทำงาน หรือให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน 13,620บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 2,270 บาท และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมจำนวน 50,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าว นับถัดจากวันเลิกจ้างจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์กระทำผิดวินัยฐานประพฤต