ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2431/2532

ประเด็นกฎหมาย

การบุกรุกที่ดินของรัฐโดยเชื่อว่ามีสิทธิครอบครอง และการขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน

หลักกฎหมาย

ศาลมีอำนาจสั่งให้บุคคลออกจากที่ดินของรัฐได้ต่อเมื่อศาลพิพากษาว่าบุคคลนั้นกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9, 108 ทวิ แล้ว และการที่จำเลยไม่ยอมออกจากที่พิพาทตามคำสั่งของนายอำเภอเพราะเชื่อว่าตนมีสิทธิครอบครอง ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวพันกับความผิดฐานบุกรุกที่ศาลวินิจฉัยว่าไม่เป็นความผิด จำเลยจึ

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 368 เสียด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยครอบครองที่พิพาทต่อจากบิดาโดยเชื่อว่ามีสิทธิครอบครอง เนื่องจากที่พิพาทมีข้อโต้แย้งสิทธิระหว่างราษฎรกับเจ้าหน้าที่มาเป็นเวลานาน และเจ้าหน้าที่เคยมีความเห็นว่าที่พิพาทไม่ใช่ที่สาธารณประโยชน์

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2431/2532อัยการ ขอนแก่นโจทก์นางสาว ศิริรัตน์ กนก คุณจำเลย ป.อ. ม. 368 ป.วิ.อ. ม. 185 ป.ที่ดิน ม. 9, ม. 108 ทวิ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96 ข้อ 11การที่ศาลจะมีอำนาจสั่งให้บุคคลใดออกไปจากที่ดินของรัฐนั้นต้องเป็นกรณีที่ศาลพิพากษาว่าบุคคลดังกล่าวได้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9,108 ทวิ แล้ว เมื่อที่พิพาทยังไม่อาจฟังได้แน่ชัดว่าเป็นที่สาธารณประโยชน์ และจำเลยยึดถือครอบครองอยู่โดยเชื่อว่าตนมีสิทธิครอบครองต่อจากบิดา จึงไม่เป็นความผิดตามบทบัญญัติดังกล่าว ศาลไม่อาจสั่งให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่พิพาทได้ การที่จำเลยไม่ยอมออกจากที่พิพาทตามคำสั่งของนายอำเภอ เพราะเชื่อว่าจำเลยมีสิทธิครอบครองซึ่งเป็นข้อเท็จจริงอันเดียวเกี่ยวพันกันกับที่วินิจฉัยมาแล้วว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 368 แม้ปัญหานี้ยุติแล้วในศาลอุทธรณ์ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 ประกอบมาตรา 215และ 225โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกบุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครองเพาะปลูกปอและปลูกสร้างบ้านเรือน 1 หลัง ลงในที่ดินสาธารณประโยชน์ที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันเป็นเนื้อที่จำนวน 15 ไร่ ที่บ้านห้วยบง หมู่ที่ 7 ตำบลหนองไผ่ อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ต่อมาว่าที่ร้อยตรีทรงศักดิ์ คุณอุดม นายอำเภอชุมแพ ได้ออกคำสั่งให้จำเลยกับพวกออกจากบริเวณที่ดินดังกล่าวและได้แจ้งคำสั่งให้จำเลยกับพวกทราบแล้ว จำเลยกับพวกขัดคำสั่งโดยไม่ยอมออกจากบริเวณที่ดินดังกล่าวโดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาต