สิทธิได้รับเงินบำเหน็จตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน เมื่อลูกจ้างได้รับค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทยแล้ว
ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานข้อ 9.9.1 ตอนท้ายมีความหมายว่า หากลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จน้อยกว่าค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชยแต่เพียงอย่างเดียว ไม่มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จด้วย
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลแรงงานกลางที่ยกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวน อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
จำเลยเลิกจ้างโจทก์เนื่องจากวิกฤติการณ์ราคาดีบุกตกต่ำ ข้อบังคับของจำเลยกำหนดว่าเมื่อเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด จะจ่ายเงินบำเหน็จหรือค่าชดเชยตามข้อบังคับแทนค่าชดเชยตามประกาศฯ และหากเงินบำเหน็จตามข้อบังคับน้อยกว่าค่าชดเชยตามประกาศฯ จะจ่ายเพิ่มให้เท่ากับค่าชดเชยตามประกาศฯ เพียงอย่างเดียว ศาลแรงงานกลางวินิจ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2521 - 2522/2532นาย วิชัย สุรระ ตี กับพวกโจทก์บริษัท ทุ่งคาฮา เบอร์ จำกัด กับพวกจำเลย พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม. 5, ม. 10 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46, ข้อ 68ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยที่ 1 กำหนดว่า ถ้าบริษัทเลิกจ้างโดยพนักงานไม่มีความผิด จะจ่ายเงินบำเหน็จหรือเงินค่าชดเชยตามข้อบังคับฯ ข้อ 9.9 ทั้งหมดแทนเงินค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46เพียงอย่างเดียวเท่านั้น และหากเงินบำเหน็จหรือเงินค่าชดเชยที่คำนวณไว้ตามข้อ 9.9 มีจำนวนน้อยกว่าเงินค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46บริษัทก็จะจ่ายเพิ่มให้เท่ากับเงินค่าชดเชยตามประกาศหรือกฎเกณฑ์ของทางราชการเพียงอย่างเดียวเช่นกัน มีความหมายว่า หากลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จมีจำนวนน้อยกว่าค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน แล้ว ลูกจ้างก็คงมีสิทธิได้รับค่าชดเชยแต่เพียงอย่างเดียวโดยไม่มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จด้วย ดังนั้นเมื่อโจทก์มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จน้อยกว่าค่าชดเชยที่โจทก์มีสิทธิได้รับตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน และโจทก์ได้รับค่าชดเชยไปถูกต้องแล้วโจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จจากจำเลยที่ 1 ตามข้อบังคับดังกล่าวอีก.โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้เลิกจ้างโจทก์ด้วยเหตุไม่เป็นธรรมขอให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานตามเดิมกับใช้ค่าเสียหายในระหว่างเลิกจ้างให้แก่โจทก์ หากรับกลับเข้าทำงานไม่ได้ให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายและเงินบำเหน็จพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์จำเลยให้การว่า เลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุเกิดวิกฤติการณ์ราคาดีบุกตกต่ำทั่วโลก ทำให้จำเลยประสบภาวะการขาดทุ