ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1325/2538

ประเด็นกฎหมาย

ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ และข้อตกลงดอกเบี้ยในหนังสือรับสภาพหนี้ค่าสินค้าเป็นโมฆะหรือไม่

หลักกฎหมาย

หนังสือรับสภาพหนี้ค่าสินค้าที่ค้างชำระมิใช่สัญญากู้ยืมเงิน ข้อตกลงดอกเบี้ยเมื่อผิดสัญญาจึงไม่อยู่ในบังคับพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2475 แต่เป็นข้อตกลงกำหนดค่าเสียหายล่วงหน้าเสมือนเบี้ยปรับ ซึ่งศาลมีอำนาจลดลงได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 109,917 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 20 ต่อปีจากต้นเงิน 89,917 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดตามหนังสือรับสภาพหนี้ค่าสินค้าที่ค้างชำระ 89,917 บาท โดยจำเลยตกลงผ่อนชำระและหากผิดสัญญายอมให้คิดดอกเบี้ยร้อยละ 20 ต่อปี จำเลยไม่ชำระหนี้ โจทก์จึงฟ้องเรียกต้นเงินพร้อมดอกเบี้ยดังกล่าว จำเลยต่อสู้ว่าฟ้องเคลือบคลุมและดอกเบี้ยเป็นโมฆะ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1325/2538นาย วิรุฬห์ บุญยรังควรโจทก์นาย ศักดิ์สิทธิ์ ตระกูลศักดิ์ กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 383 พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 หนังสือรับสภาพหนี้ค่าสินค้าที่ค้างชำระมิใช่สัญญากู้ยืมเงินข้อตกลงที่ว่าหากจำเลยผิดสัญญาไม่ชำระหนี้ยอมให้คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ20ต่อปีจึงไม่อยู่ในบังคับแห่งพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราพ.ศ.2475แต่มีลักษณะเป็นการกำหนดค่าเสียหายไว้ล่วงหน้าให้คิดดอกเบี้ยเสมือนเป็นเบี้ยปรับซึ่งศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจลดลงเป็นจำนวนพอสมควรได้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2531 จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้ไว้แก่โจทก์ว่า จำเลยทั้งสองยังคงค้างชำระค่าสินค้าจากโจทก์อยู่เป็นเงินทั้งสิ้น 89,917 บาทจำเลยทั้งสองจะชำระหนี้ดังกล่าวให้แก่โจทก์ส่วนหนึ่งเป็นเงิน30,000 บาท ภายในเดือนมีนาคม 2532 หนี้ส่วนที่เหลือจำเลยทั้งสองจะผ่อนชำระเป็นงวดรายเดือน เดือนละ 2,500 บาท เริ่มชำระงวดแรกตั้งแต่เดือนมกราคม 2532 จนถึงเดือนพฤศจิกายน 2533 และงวดสุดท้ายเป็นเงิน 2,417 บาท จะชำระภายในเดือนธันวาคม 2533 ถ้าหากจำเลยทั้งสองผิดสัญญา ยอมให้โจทก์คิดดอกเบี้ยปรับได้ในอัตราร้อยละ 20 จากต้นเงิน 89,917 บาท นับตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน 2531เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ โดยให้นำคดีขึ้นฟ้องร้องต่อศาลนับตั้งแต่ทำหนังสือรับสภาพหนี้เป็นต้นมา จำเลยทั้งสองไม่เคยชำระหนี้ให้แก่โจทก์ จนกระทั่งครบกำหนดชำระหนี้ในงวดสุดท้ายแล้วถือว่าจำเลยทั้งสองจงใจผิดสัญญากับโจทก์ จำเลยทั้งสองต้องร่วมกันรับผิดชำระต้นเงิน 89,917 บาท พร้อมเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ 20ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน 2531 ถึงวันฟ้องเป็นเวลา2 ปี 6 เดือน 19 วัน เป็นเงินเบี้ยปรับ 45,89