ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2819/2532

ประเด็นกฎหมาย

ค่าครองชีพที่จ่ายเป็นประจำทุกเดือนเพื่อตอบแทนการทำงาน ถือเป็นค่าจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานหรือไม่ และจำเลยมีสิทธิเรียกค่าจ้างที่จ่ายเกินคืนจากโจทก์หร

หลักกฎหมาย

ค่าครองชีพที่จ่ายให้ลูกจ้างเป็นจำนวนแน่นอนเป็นประจำทุกเดือนเพื่อตอบแทนการทำงาน ถือเป็นค่าจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน และเมื่อนายจ้างจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างหลังจากวันที่เลิกจ้างโดยรู้อยู่แล้วว่าลูกจ้างไม่มีสิทธิได้รับ การจ่ายดังกล่าวเป็นการจ่ายตามอำเภอใจ นายจ้างไม่มีสิทธิเรียกคืน

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ ต่อมาเลิกจ้างโจทก์เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2531 จำเลยจ่ายค่าครองชีพให้โจทก์เป็นจำนวนแน่นอนทุกเดือนเพื่อตอบแทนการทำงาน หลังจากเลิกจ้าง จำเลยยังจ่ายค่าจ้างให้โจทก์จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2531 โดยรู้ว่าโจทก์มีสิทธิได้รับค่าจ้างเพียงถึงวันที่ 21 มกราคม 2531 เท่านั้น

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2819/2532นาย ศิริชัย อนันตศิริ กับพวกโจทก์กรมโรงงานอุตสาหกรรมจำเลย ป.พ.พ. ม. 407 ป.วิ.พ. ม. 177 วรรคสอง, ม. 183 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 31 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยจ้าง โจทก์เป็นลูกจ้างประจำ โดยให้ทำงานที่โรงงานกระดาษบางปะอิน แล้วจำเลยได้เลิกจ้างโจทก์แม้จำเลยให้การในตอนต้นว่า จำเลยไม่เคยว่าจ้างโจทก์ ไม่มีนิติสัมพันธ์ทางการจ้าง หรือสัญญาจ้างกับโจทก์ แต่จำเลยได้ให้การเป็นข้อต่อมาว่า โจทก์ทุกคนถูกโรงงานกระดาษบางปะอินเลิกจ้างตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2531 โจทก์จึงมีสิทธิได้รับค่าจ้างเพียงวันที่ 21 มกราคม 2531 หลังจากนั้นโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างอีก ที่โรงงานกระดาษบางปะอินจ่ายค่าจ้างงวดเดือนมกราคม 2531จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2531 เป็นจำนวนเกินกว่าที่มีสิทธิได้รับจึงฟ้องแย้งเรียกค่าจ้างที่จ่ายเกินจากโจทก์ตามคำให้การดังกล่าวย่อมเห็นได้ชัดว่าจำเลยได้เลิกจ้างโจทก์ จึงมีผลเป็นการยอมรับอยู่ในตัวว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยและจำเลยได้เลิกจ้างโจทก์เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2531 ตามฟ้อง ทั้งจำเลยยังฟ้องแย้งเรียกค่าจ้างที่อ้างว่าได้จ่ายเกินจากโจทก์อีกด้วย จึงไม่มีประเด็นว่าโจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลยหรือไม่ จำเลยจ่ายค่าครองชีพให้แก่โจทก์มีจำนวนแน่นอน เป็นการประจำทุกเดือนเพื่อตอบแทนการทำงานเช่นเดียวกับค่าจ้างค่าครองชีพจึงเป็นค่าจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยบำเหน็จลูกจ้าง จำเลยรู้ดีอยู่ว่าโจทก์ทุกคนมีสิทธิได้รับค่าจ้างเพียงถึงวันที่ 21 มกราคม 2531 เท่านั้น การที่จำเลยจ่ายค่าจ้างให้แก่โจทก์หลังจากว